Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

ข้อมูลท่องเที่ยว

สนุกพาเที่ยวอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 1 Day Trip

สนุกพาเที่ยวอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 1 Day Trip

272

วันนี้ สนุกฮอลิเดย์มีนัดกันไปเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯ แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน (ถึงร้อนมากในบางช่วง) แต่ในเมื่อรวมตัวกันพร้อมเพรียงตั้งแต่เช้าแล้ว ร้อนแค่ไหนก็สู้จ้า!ล้อหมุนออกจากจุดนัดพบราวๆ 9 โมงครึ่ง เราวิ่งมาตามถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 หรือมอเตอร์เวย์ ตามป้ายที่เขียนไปอยุธยานั่นละ ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 32 หรือที่เรียกกันติดปากว่าสายเอเชีย เพื่อไปยังที่สถานที่แรกคือ วัดนิเวศน์ธรรมประวัติราชวรวิหาร ในเวลา 10 โมงเช้ามาถึงแล้วก็ต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าข้ามฝั่งเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังเกาะกลางแม่น้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด บอกก่อนว่าสามารถนั่งได้ไม่เกิน 10 คนเท่านั้น และกรุณาปิดแผงกั้นไว้ขณะกระเช้าเคลื่อนตัวด้วย แม้จะไม่คิดค่าบริการ แต่ก็มีจุดรับบริจาคค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ต้องการทำบุญ

บุฟเฟต์แซลมอนสดกลางป่า! ทำไม Brooks Falls ถึงเป็น

บุฟเฟต์แซลมอนสดกลางป่า! ทำไม Brooks Falls ถึงเป็น "ร้านอร่อย" ของเหล่าหมีแห่งอลาสก้า

11

ถ้าพูดถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใคร หลายคนอาจนึกถึงการชมแสงเหนือ เดินบนธารน้ำแข็ง หรือการนั่งรถไฟชมวิวภูเขาหิมะ แต่ที่อลาสก้า ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่กลายเป็นความฝันของนักเดินทางทั่วโลก นั่นคือ การชมหมีกินแซลมอนสด ๆ กลางแม่น้ำที่ Brooks Falls สถานที่แห่งนี้ถูกขนานนามอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็น "ร้านบุฟเฟต์แซลมอนกลางป่า" เพราะในช่วงฤดูที่ปลาแซลมอนว่ายกลับมาวางไข่ เหล่าหมีสีน้ำตาลจำนวนมากจะเดินทางมายังน้ำตกแห่งนี้ เพื่อรอจับปลาที่กระโดดผ่านกระแสน้ำ เป็นภาพธรรมชาติที่หาชมได้ยากและกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ ทัวร์อลาสก้า แต่ Brooks Falls ไม่ใช่ร้านอาหารธรรมดา เพราะที่นี่ไม่มีโต๊ะ ไม่มีพนักงานเสิร์ฟ และไม่มีเมนูอาหาร สิ่งเดียวที่มีคือสายน้ำใสสะอาด ปลาแซลมอนนับพันตัว และเจ้าถิ่นตัวใหญ่ที่กำลังใช้สัญชาตญาณในการดำรงชีวิต ภาพของหมีตัวใหญ่ยืนอยู่กลางสายน้ำ รอจังหวะที่ปลาแซลมอนกระโดดขึ้นน้ำตก ก่อนใช้ปากคาบปลาอย่างแม่นยำ เป็นภาพธรรมชาติที่สร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางจากทั่วโลก และเป็นเหตุผลว่าทำไม Brooks Falls จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

เที่ยวฉงชิ่งครั้งแรก ไปไหนดี? อัปเดต 8 พิกัดแลนด์มาร์กเด็ดที่ต้องไปเยือน

เที่ยวฉงชิ่งครั้งแรก ไปไหนดี? อัปเดต 8 พิกัดแลนด์มาร์กเด็ดที่ต้องไปเยือน

29

หากพูดถึงเมืองท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน ชื่อของ ฉงชิ่ง (Chongqing) จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน เมืองแห่งนี้ได้รับฉายาว่า "เมืองภูเขา" เพราะสร้างอยู่บนภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเนินเขาและหน้าผา ทำให้ถนน อาคาร และระบบขนส่งมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนเมืองใดในโลก หลายคนอาจรู้จักฉงชิ่งจากภาพ รถไฟวิ่งทะลุอาคาร หรือวิวกลางคืนของ หงหยาต้ง ที่สวยราวกับฉากในภาพยนตร์ แต่แท้จริงแล้วเมืองนี้ยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ ถนนคนเดินสุดคึกคัก ย่านเมืองเก่า และจุดชมวิวสุดมหัศจรรย์อีกมากมาย หากคุณกำลังวางแผนเดินทางกับ ทัวร์ฉงชิ่ง และยังไม่รู้ว่าจะเริ่มเที่ยวจากที่ไหน บทความนี้ได้รวบรวม 8 แลนด์มาร์กห้ามพลาด ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนฉงชิ่งเป็นครั้งแรก พร้อมข้อมูลการเดินทาง จุดเด่น และเคล็ดลับการเที่ยวให้ครบในทริปเดียว ทำไม "ฉงชิ่ง" ถึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มาแรง? ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉงชิ่งกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยการผสมผสานระหว่างเมืองสมัยใหม่ ธรรมชาติ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เมืองที่สร้างบนภูเขา มีวิวสวยไม่เหมือนใคร รถไฟฟ้าวิ่งผ่านอาคารที่มีชื่อเสียงระดับโลก วิวกลางคืนสุดอลังการของหงหยาต้ง อาหารขึ้นชื่อ เช่น หม้อไฟฉงชิ่ง ระบบรถไฟฟ้าครอบคลุม เดินทางสะดวก มีทั้งย่านเมืองเก่าและย่านช้อปปิ้งทันสมัย จึงไม่น่าแปลกใจที่โปรแกรม ทัวร์ฉงชิ่ง จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางที่รวมเฉิงตู อู่หลง และอุทยานธรรมชาติชื่อดังของจีนตะวันตก

ทัวร์จีน เที่ยวจีนหน้าหนาวเที่ยวที่ไหนดี? รวม 5 จุดหมายปลายทางหิมะสวยในฝัน

ทัวร์จีน เที่ยวจีนหน้าหนาวเที่ยวที่ไหนดี? รวม 5 จุดหมายปลายทางหิมะสวยในฝัน

39

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี หลายคนเริ่มมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสัมผัสอากาศหนาวเย็น ชมหิมะขาวโพลน และเก็บภาพบรรยากาศสุดโรแมนติก ซึ่งหนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการเดินทางช่วงฤดูหนาวก็คือ ประเทศจีน ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่และภูมิประเทศที่หลากหลาย ประเทศจีนจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวมากมาย ตั้งแต่เมืองน้ำแข็งที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ภูเขาหิมะสูงตระหง่าน ทะเลสาบสีฟ้าใส ไปจนถึงหมู่บ้านโบราณท่ามกลางหิมะที่สวยราวกับภาพวาด สำหรับนักเดินทางที่กำลังมองหา ทัวร์จีน ในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างมาก เพราะหลายสถานที่มีเสน่ห์แตกต่างจากฤดูอื่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ที่หลายเมืองจะกลายเป็นดินแดนแห่งหิมะและความงดงามแบบที่หาชมได้ยาก บทความนี้จะพาไปพบกับ 5 จุดหมายยอดนิยมสำหรับ เที่ยวจีนหน้าหนาว ได้แก่ ฮาร์บิน (Harbin) เมืองน้ำแข็งแห่งแดนเหนือ ลี่เจียง (Lijiang) เมืองโบราณกลางหุบเขาหิมะ แชงกรีล่า (Shangri-La) ดินแดนแห่งความฝันบนที่ราบสูง จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou) สวรรค์แห่งทะเลสาบสีฟ้าและหิมะ จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) ภูเขาหินมหัศจรรย์ในสายหมอก

ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan) ภูเขาแอลป์แห่งเมืองเสฉวน สวรรค์ของนักเดินทาง

ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan) ภูเขาแอลป์แห่งเมืองเสฉวน สวรรค์ของนักเดินทาง

17

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงจิ่วจ้ายโกวหรือหวงหลง แต่ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวและช่างภาพ นั่นคือ ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan หรือ 四姑娘山) ซึ่งได้รับฉายาว่า "ภูเขาแอลป์แห่งเมืองเสฉวน" ด้วยทิวทัศน์ของยอดเขาหิมะสูงตระหง่าน ทุ่งหญ้ากว้าง ป่าสนสีเขียว ธารน้ำใส และหุบเขาที่งดงามราวกับภาพวาด สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางกับ ทัวร์จีน เส้นทางมณฑลเสฉวน ภูเขาสี่ดรุณีถือเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติระดับโลกแล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชนเผ่าทิเบตในพื้นที่ และสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางขุนเขาที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภูมิประเทศที่สวยที่สุดของจีน

หลวงพระบาง เมืองแห่งวัดวาอาราม ศิลปะล้านช้าง สัมผัสเสน่ห์เมืองมรดกโลก

หลวงพระบาง เมืองแห่งวัดวาอาราม ศิลปะล้านช้าง สัมผัสเสน่ห์เมืองมรดกโลก

22

เมื่อพูดถึงเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของประเทศลาว ชื่อของ หลวงพระบาง (Luang Prabang) ถือเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ที่นักเดินทางทั่วโลกอยากไปสัมผัส ด้วยเอกลักษณ์ของเมืองเก่าอันเงียบสงบ สถาปัตยกรรมแบบล้านช้าง ผสมผสานอิทธิพลฝรั่งเศสยุคอาณานิคม และวัดวาอารามเก่าแก่ที่งดงาม ทำให้หลวงพระบางได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น เมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เสน่ห์ของหลวงพระบางไม่ได้อยู่เพียงความสวยงามของสถานที่ แต่ยังรวมถึงวิถีชีวิตของผู้คน ความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา และบรรยากาศเรียบง่ายที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ทั่วไป นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจะได้สัมผัสวัฒนธรรมลาวอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่พิธีตักบาตรยามเช้า การเดินชมตลาดพื้นเมือง ไปจนถึงการเยี่ยมชมวัดสำคัญที่สะท้อนความรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านช้างในอดีต สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทัวร์ลาว เส้นทางหลวงพระบางถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นเมืองที่สามารถรวมทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตไว้ได้อย่างลงตัว หลวงพระบาง เมืองหลวงเก่าแห่งอาณาจักรล้านช้าง หลวงพระบางตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ทางตอนเหนือของประเทศลาว เดิมเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้าง ซึ่งเป็นอาณาจักรสำคัญของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านการเมือง ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ชื่อ "หลวงพระบาง" มีที่มาจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง คือ พระบาง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ได้รับความเคารพอย่างสูงจากชาวลาว และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนมาอย่างยาวนาน ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยวัดเก่าแก่กว่า 30 แห่ง บ้านเรือนแบบดั้งเดิม อาคารสไตล์โคโลเนียล และถนนสายเล็ก ๆ ที่ยังคงรักษาบรรยากาศในอดีตไว้ได้อย่างดี เสน่ห์ของศิลปะล้านช้างในหลวงพระบาง ศิลปะล้านช้างเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเมืองหลวงพระบาง โดยมีจุดเด่นคือความประณีต อ่อนช้อย และสะท้อนความเชื่อทางพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในวัดต่าง ๆ คือ หลังคาซ้อนหลายชั้น ลวดลายแกะสลักไม้ การประดับกระจกสี และภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต วัดแต่ละแห่งในหลวงพระบางมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน แต่ยังคงสะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และความศรัทธา

หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) ฮอกไกโด ชมหุบเขาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) ฮอกไกโด ชมหุบเขาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

17

หากพูดถึงแหล่งออนเซ็นระดับโลกของประเทศญี่ปุ่น ชื่อของ โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) ในจังหวัดฮอกไกโด ย่อมติดอันดับต้น ๆ ที่นักเดินทางทั่วโลกอยากไปสัมผัส และสถานที่ที่ถือเป็นหัวใจของเมืองแห่งนี้ก็คือ หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) แหล่งกำเนิดน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เต็มไปด้วยไอน้ำสีขาว กลิ่นกำมะถัน และภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ จนได้รับฉายาว่า "หุบเขานรก" แม้ชื่อจะฟังดูน่ากลัว แต่ความจริงแล้วจิโกคุดานิคือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของฮอกไกโด และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่แทบทุกโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางฮอกไกโดจะต้องแวะเยี่ยมชม เพราะนอกจากจะได้สัมผัสพลังของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นต้นกำเนิดของน้ำแร่ออนเซ็นคุณภาพสูงที่หล่อเลี้ยงโรงแรมและเรียวกังทั่วเมืองโนโบริเบ็ตสึอีกด้วย หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) คืออะไร? Jigokudani แปลตรงตัวว่า "หุบเขานรก" เป็นแอ่งภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อหลายหมื่นปีก่อน พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยปล่องไอน้ำ น้ำพุร้อนธรรมชาติ บ่อน้ำเดือด และช่องระบายก๊าซกำมะถัน ซึ่งยังคงมีพลังความร้อนใต้พิภพอยู่จนถึงปัจจุบัน พื้นที่ทั้งหมดมีลักษณะเป็นหุบเขาหินสีเทาและสีเหลืองสลับกัน มีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินตลอดเวลา เมื่อมองจากจุดชมวิวจะเห็นภาพของธรรมชาติที่ทั้งแปลกตาและงดงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภูมิประเทศภูเขาไฟที่โดดเด่นที่สุดของประเทศญี่ปุ่น น้ำแร่จากหุบเขานรกแห่งนี้ถูกส่งต่อไปยังโรงแรมและออนเซ็นต่าง ๆ ในเมืองโนโบริเบ็ตสึ ทำให้เมืองนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น

สวนเอเปค (APEC Park) แลนด์มาร์กใหม่ของเมืองดานัง จุดพักผ่อนและถ่ายรูปสุดทันสมัย

สวนเอเปค (APEC Park) แลนด์มาร์กใหม่ของเมืองดานัง จุดพักผ่อนและถ่ายรูปสุดทันสมัย

28

หากพูดถึงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศเวียดนาม หลายคนคงนึกถึง เมืองดานัง (Da Nang) เมืองชายฝั่งที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทันสมัย ธรรมชาติที่สวยงาม และวัฒนธรรมอันมีเสน่ห์ หนึ่งในแลนด์มาร์กใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ สวนเอเปค (APEC Park) สวนสาธารณะริมแม่น้ำฮานที่โดดเด่นด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัย และกลายเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของทั้งชาวเวียดนามและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง ใกล้สะพานมังกรและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง สวนเอเปคจึงมักถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรม ทัวร์เวียดนาม เส้นทางดานัง–ฮอยอัน–บานาฮิลส์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สวนเอเปค (APEC Park) คืออะไร? สวนเอเปค หรือ APEC Park Danang เป็นสวนสาธารณะสมัยใหม่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮาน (Han River) ใจกลางเมืองดานัง สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิก APEC และเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง สวนแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงและขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ โดยเพิ่มอาคารหลังคารูปทรงคล้ายใบไม้หรือว่าวที่ลอยอยู่เหนือพื้นดิน ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของสวนและเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนแล้ว ภายในสวนยังใช้เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ งานศิลปะ กิจกรรมทางวัฒนธรรม และเทศกาลต่าง ๆ ของเมืองดานังตลอดทั้งปี

Moana Café คาเฟ่สุดฮิตแห่งเมืองซาปา เวียดนาม จุดเช็กอินวิวภูเขาสุดอลังการแห่งเมืองสายหมอก

Moana Café คาเฟ่สุดฮิตแห่งเมืองซาปา เวียดนาม จุดเช็กอินวิวภูเขาสุดอลังการแห่งเมืองสายหมอก

27

เมื่อพูดถึงเมืองท่องเที่ยวทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ชื่อของ ซาปา (Sapa) ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยเสน่ห์ของเมืองเล็กกลางหุบเขา อากาศเย็นสบาย วิวภูเขาสลับซับซ้อน นาขั้นบันได และวัฒนธรรมชนเผ่าท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของซาปา และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว คือ Moana Café คาเฟ่วิวสวยที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟธรรมดา แต่เป็นพื้นที่สำหรับชมวิว ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม ด้วยการออกแบบพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างคาเฟ่ สวนถ่ายภาพ และจุดชมวิว ทำให้ Moana Café กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางกับ ทัวร์เวียดนาม นิยมแวะมาเก็บภาพความประทับใจ โดยเฉพาะเส้นทางเที่ยวเวียดนามเหนือ ซาปา – ฮานอย รู้จัก Moana Café เมืองซาปา Moana Café Sapa ตั้งอยู่ในเมืองซาปา จังหวัดหล่าวกาย (Lao Cai) ทางภาคเหนือของประเทศเวียดนาม เป็นคาเฟ่ชื่อดังที่ได้รับการออกแบบให้เป็นจุดชมวิวและสถานที่ถ่ายภาพสำหรับนักท่องเที่ยว ความโดดเด่นของที่นี่คือสามารถมองเห็นวิวภูเขาและธรรมชาติของซาปาได้แบบกว้างไกล โดยเฉพาะในวันที่อากาศดี นักท่องเที่ยวสามารถชมภาพภูเขาสูง ท้องฟ้า และสายหมอกที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองซาปา ชื่อของ Moana Café ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศแบบ Tropical และธรรมชาติ ทำให้พื้นที่ภายในร้านถูกตกแต่งด้วยมุมถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบ ทั้งแนวธรรมชาติ โมเดิร์น และแฟนตาซี

พระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) วัดโคโตกุอิน แลนด์มาร์กเก่าแก่แห่งเมืองคามาคุระ

พระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) วัดโคโตกุอิน แลนด์มาร์กเก่าแก่แห่งเมืองคามาคุระ

21

พระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คามาคุระ ไดบุตสุ (Kamakura Daibutsu) เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายในบริเวณ วัดโคโตกุอิน (Kotoku-in Temple) เมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว ด้วยความยิ่งใหญ่ขององค์พระที่มีความสูงกว่า 11 เมตร ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 700 ปี และความงดงามท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าของญี่ปุ่น ทำให้พระใหญ่ไดบุตสุกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก และเป็นจุดหมายสำคัญในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางโตเกียวและคันโต นอกจากความงดงามทางศิลปะแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวญี่ปุ่น รวมถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญมากมาย ตั้งแต่ยุคคามาคุระจนถึงปัจจุบัน รู้จักพระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) พระใหญ่ไดบุตสุแห่งคามาคุระ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ (Amida Buddha) ประดิษฐานอยู่ภายในวัดโคโตกุอิน เมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวะ เดิมทีพระพุทธรูปองค์นี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1252 ในสมัยคามาคุระ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เมืองคามาคุระเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและการปกครองของญี่ปุ่น องค์พระถูกสร้างขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์ มีน้ำหนักประมาณ 121 ตัน และมีความสูงประมาณ 11.3 เมตร เมื่อรวมฐานแล้วมีความสูงมากกว่า 13 เมตร ทำให้เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปกลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สิ่งที่ทำให้พระใหญ่ไดบุตสุมีความพิเศษคือ เดิมองค์พระเคยประดิษฐานอยู่ภายในวิหารขนาดใหญ่ แต่หลังจากเกิดภัยธรรมชาติหลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์สึนามิในศตวรรษที่ 15 อาคารโดยรอบได้รับความเสียหาย จนเหลือเพียงองค์พระที่ยังคงตั้งอยู่กลางแจ้งมาจนถึงปัจจุบัน

หมู่บ้านยูฟุอิน (Yufuin Floral Village) หมู่บ้านเทพนิยายแห่งญี่ปุ่น จุดเช็กอินสุดน่ารักแห่งคิวชู

หมู่บ้านยูฟุอิน (Yufuin Floral Village) หมู่บ้านเทพนิยายแห่งญี่ปุ่น จุดเช็กอินสุดน่ารักแห่งคิวชู

20

ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้มีเพียงเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีและเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมีเมืองเล็ก ๆ ที่ซ่อนเสน่ห์เฉพาะตัว เต็มไปด้วยธรรมชาติ วัฒนธรรม และบรรยากาศแสนอบอุ่น หนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวคือ หมู่บ้านยูฟุอิน (Yufuin Floral Village) เมืองเล็กแสนโรแมนติกในจังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ด้วยภาพลักษณ์ของหมู่บ้านสไตล์ยุโรปหลังเล็ก ๆ อาคารไม้สีอบอุ่น ถนนหิน ร้านค้าสุดน่ารัก และบรรยากาศคล้ายหลุดออกมาจากโลกแห่งนิทาน ทำให้ Yufuin Floral Village กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น นิยมแวะมาเยือน โดยเฉพาะเส้นทางเที่ยวคิวชู ยูฟุอินไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ถ่ายภาพสวยเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองออนเซ็นชื่อดังที่มีธรรมชาติสวยงาม รายล้อมด้วยภูเขาและทะเลสาบ รวมถึงมีร้านค้า คาเฟ่ และกิจกรรมมากมายที่สะท้อนเสน่ห์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม รู้จักหมู่บ้านยูฟุอิน (Yufuin Floral Village) Yufuin Floral Village ตั้งอยู่ในเมืองยูฟุอิน จังหวัดโออิตะ (Oita Prefecture) ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู เป็นหมู่บ้านจำลองขนาดเล็กที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหมู่บ้านชนบทในประเทศอังกฤษ โดยออกแบบให้มีบรรยากาศเหมือนหมู่บ้านในเทพนิยาย ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยอาคารไม้สไตล์ยุโรปหลังเล็ก ๆ สีสันอบอุ่น ร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่ ร้านขนม และร้านค้าธีมตัวละครยอดนิยม ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกวัย ตั้งแต่เด็ก ครอบครัว คู่รัก ไปจนถึงผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ แม้พื้นที่ของหมู่บ้านจะไม่ใหญ่มาก แต่ทุกมุมได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน มีทั้งสวนดอกไม้ ต้นไม้เล็ก ๆ และมุมถ่ายภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในหมู่บ้านยุโรปกลางชนบท

โบสถ์สีชมพู (Danang Cathedral) แลนด์มาร์กแห่งเมืองดานัง สถาปัตยกรรมยุโรปใจกลางเวียดนาม

โบสถ์สีชมพู (Danang Cathedral) แลนด์มาร์กแห่งเมืองดานัง สถาปัตยกรรมยุโรปใจกลางเวียดนาม

20

เมื่อพูดถึงเมืองดานัง (Da Nang) ประเทศเวียดนาม หลายคนอาจนึกถึงชายหาดสวย บานาฮิลล์ สะพานมังกร หรือภูเขาหินอ่อน แต่ท่ามกลางสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังเหล่านั้น ยังมีอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่โดดเด่นและเป็นภาพจำของเมืองดานัง นั่นคือ โบสถ์สีชมพู (Danang Cathedral) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า โบสถ์คริสต์สีชมพูดานัง ด้วยอาคารสีชมพูพาสเทลอันเป็นเอกลักษณ์ ยอดแหลมสไตล์โกธิก และบรรยากาศที่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป ทำให้โบสถ์แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงเป็นสถานที่ที่มักถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรม ทัวร์เวียดนาม เส้นทางดานัง ฮอยอัน และเว้ แม้จะเป็นโบสถ์ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เสน่ห์ของ Danang Cathedral อยู่ที่ความเรียบง่าย ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยุโรปยุคอาณานิคมฝรั่งเศสกับสีสันสดใสที่หาได้ยาก ทำให้ทุกมุมของโบสถ์สามารถเป็นภาพถ่ายที่สวยงามและน่าจดจำ รู้จักโบสถ์สีชมพู ดานัง (Danang Cathedral) Danang Cathedral มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Da Nang Cathedral หรือในภาษาเวียดนามเรียกว่า Nhà thờ Con Gà ซึ่งมีความหมายว่า "โบสถ์ไก่" เนื่องจากบริเวณยอดหอคอยของโบสถ์มีรูปปั้นไก่สีเทาตั้งอยู่ด้านบน เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นที่มาของชื่อเรียกนี้ โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1923 ในช่วงที่เวียดนามยังอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส โดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์ของชุมชนในเมืองดานัง ด้วยระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 1 ปี โบสถ์แห่งนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่สะท้อนอิทธิพลของฝรั่งเศสในเวียดนามได้อย่างชัดเจน ทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิก (Gothic Architecture) หน้าต่างกระจกสี และโครงสร้างอาคารที่มีความสูงสง่างาม

หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ (Zaanse Schans) แลนด์มาร์กเนเธอร์แลนด์ที่ต้องไปสักครั้ง

หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ (Zaanse Schans) แลนด์มาร์กเนเธอร์แลนด์ที่ต้องไปสักครั้ง

20

ทำความรู้จักหมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ (Zaanse Schans) หากพูดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น กังหันลมขนาดใหญ่ ทุ่งหญ้าสีเขียว บ้านไม้สไตล์ดัตช์ และรองเท้าไม้ (Clogs) ซึ่งภาพเหล่านี้สามารถพบเห็นได้อย่างครบถ้วนที่ หมู่บ้านกังหันลมซานสคันส์ (Zaanse Schans) สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) และเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของโปรแกรม ทัวร์เนเธอร์แลนด์ ที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องแวะมาเยือน หมู่บ้านแห่งนี้เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (Open-Air Museum) ที่รวบรวมวิถีชีวิตของชาวดัตช์ในช่วงศตวรรษที่ 17–18 เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งกังหันลมโบราณ บ้านไม้สีเขียวริมคลอง โรงงานผลิตชีส โรงงานทำรองเท้าไม้ และเวิร์กช็อปงานฝีมือแบบดั้งเดิม ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวเนเธอร์แลนด์ได้อย่างใกล้ชิด ด้วยทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาด บรรยากาศอันเงียบสงบ และเอกลักษณ์ที่หาชมได้ยากในโลกปัจจุบัน ทำให้ Zaanse Schans ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดของประเทศ และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้ที่เดินทางมา ทัวร์เนเธอร์แลนด์ ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน หรือฤดูหนาว ต่างก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป

ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine) เกียวโต แลนด์มาร์กเสาโทริอิยักษ์และสวนญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาด

ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine) เกียวโต แลนด์มาร์กเสาโทริอิยักษ์และสวนญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาด

21

ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine) สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของเมืองเกียวโต หากพูดถึงเมืองเกียวโต หลายคนมักนึกถึงวัดคิโยมิสึเดระ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือวัดคินคะคุจิ แต่ยังมีอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่โดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และสวนญี่ปุ่นอันงดงาม นั่นคือ ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine หรือ Heian Jingu) หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมเดินทางมาเยือนเมื่อมา ทัวร์ญี่ปุ่น สิ่งแรกที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนคือ เสาโทริอิสีแดงขนาดมหึมา ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บริเวณทางเข้าสู่ศาลเจ้า ถือเป็นหนึ่งในเสาโทริอิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น มองเห็นได้จากระยะไกลและกลายเป็นสัญลักษณ์ของย่านโอคาซากิ (Okazaki) ในเมืองเกียวโต นอกจากความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมแล้ว ศาลเจ้าแห่งนี้ยังโดดเด่นด้วยสวนญี่ปุ่นระดับมาสเตอร์พีซที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเกียวโต มีพื้นที่กว่า 30,000 ตารางเมตร เต็มไปด้วยบ่อน้ำ สะพานไม้ ดอกซากุระ ไอริส และต้นเมเปิลที่ผลัดเปลี่ยนสีตามฤดูกาล ทำให้สามารถเดินเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ด้วยความสวยงามและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาลเจ้าเฮอันจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มักถูกรวมอยู่ในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางโอซาก้า–เกียวโต–นารา เพราะสามารถเที่ยวได้สะดวกและใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็สัมผัสเสน่ห์ของเกียวโตได้อย่างเต็มอิ่ม