Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

ข้อมูลท่องเที่ยว

สนุกพาเที่ยวอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 1 Day Trip

สนุกพาเที่ยวอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 1 Day Trip

297

วันนี้ สนุกฮอลิเดย์มีนัดกันไปเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯ แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน (ถึงร้อนมากในบางช่วง) แต่ในเมื่อรวมตัวกันพร้อมเพรียงตั้งแต่เช้าแล้ว ร้อนแค่ไหนก็สู้จ้า!ล้อหมุนออกจากจุดนัดพบราวๆ 9 โมงครึ่ง เราวิ่งมาตามถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 หรือมอเตอร์เวย์ ตามป้ายที่เขียนไปอยุธยานั่นละ ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 32 หรือที่เรียกกันติดปากว่าสายเอเชีย เพื่อไปยังที่สถานที่แรกคือ วัดนิเวศน์ธรรมประวัติราชวรวิหาร ในเวลา 10 โมงเช้ามาถึงแล้วก็ต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าข้ามฝั่งเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังเกาะกลางแม่น้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด บอกก่อนว่าสามารถนั่งได้ไม่เกิน 10 คนเท่านั้น และกรุณาปิดแผงกั้นไว้ขณะกระเช้าเคลื่อนตัวด้วย แม้จะไม่คิดค่าบริการ แต่ก็มีจุดรับบริจาคค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ต้องการทำบุญ

8 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว เสน่ห์เมืองหิมะที่ต้องไปสัมผัสสักครั้ง

8 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว เสน่ห์เมืองหิมะที่ต้องไปสัมผัสสักครั้ง

8

เมื่อฤดูหนาวเดินทางมาถึง ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนบรรยากาศไปอย่างสิ้นเชิง จากเมืองที่มีสีสันในฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสี กลายเป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยอากาศเย็น หิมะสีขาว ภูเขาที่มีน้ำแข็งเกาะ และเมืองเล็ก ๆ ที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ฤดูหนาวถือเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสสิ่งที่หาได้ยากในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นการเดินบนหิมะ แช่ออนเซ็นกลางอากาศหนาว ชมวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยสีขาว หรือเดินเล่นในหมู่บ้านญี่ปุ่นที่มีหิมะเกาะอยู่บนหลังคา แต่คำว่า “เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว” ไม่ได้หมายความว่าต้องเดินทางไปฮอกไกโดเพียงอย่างเดียว เพราะญี่ปุ่นมีจุดหมายฤดูหนาวที่หลากหลาย ตั้งแต่เมืองท่าริมคลองอย่างโอตารุ ไปจนถึงเมืองประวัติศาสตร์อย่างเกียวโต และทะเลสาบที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิอย่างคาวากุจิโกะ บทความนี้จึงรวบรวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว ที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกัน เพื่อให้คุณเลือกเส้นทางที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ไม่ว่าจะชอบหิมะจัด ๆ ชอบออนเซ็น ชอบถ่ายรูป หรืออยากได้ทริปที่มีทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติในครั้งเดียว 8 สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว โอตารุ (Otaru) ซาโอะ (Zao) ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) นากาโนะ (Nagano) โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) เกียวโต (Kyoto) หมู่บ้านนิงเกิ้ลเทอเรส (Ningle Terrace) คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko)

สระน้ำมังกรดำ (Black Dragon Pool) ลี่เจียง สวยสะท้อนเงาภูเขาหิมะ จุดชมวิวในฝันแห่งยูนนาน

สระน้ำมังกรดำ (Black Dragon Pool) ลี่เจียง สวยสะท้อนเงาภูเขาหิมะ จุดชมวิวในฝันแห่งยูนนาน

18

ถ้ามีโอกาสเดินทางไป ลี่เจียง (Lijiang) เมืองเก่าแสนมีเสน่ห์ของมณฑลยูนนาน หนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดคือ สระน้ำมังกรดำ (Black Dragon Pool) หรือที่รู้จักในภาษาจีนว่า เฮยหลงถาน (Heilongtan / 黑龙潭) สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพของผืนน้ำใส ทิวเขา และสถาปัตยกรรมจีนแบบดั้งเดิม ภาพที่หลายคนจำได้เมื่อพูดถึง Black Dragon Pool คือ ศาลาจีนโบราณริมสระน้ำ โดยมีภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain) ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ในวันที่ท้องฟ้าเปิดและสภาพอากาศเป็นใจ ยอดเขาหิมะจะสะท้อนลงบนผิวน้ำจนเกิดเป็นภาพที่งดงามราวกับภาพวาด ความพิเศษของที่นี่จึงไม่ได้อยู่ที่ธรรมชาติอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ที่สะท้อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของลี่เจียง โดยเฉพาะวัฒนธรรมของชาว น่าซี (Naxi) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์สำคัญของพื้นที่ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กำลังมองหา ทัวร์จีน เส้นทางลี่เจียง สระน้ำมังกรดำถือเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับใส่ไว้ในโปรแกรม เพราะสามารถเที่ยวต่อเนื่องกับเมืองเก่าลี่เจียง ภูเขาหิมะมังกรหยก และสถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว Black Dragon Pool คืออะไร? Black Dragon Pool หรือ Heilongtan (黑龙潭) เป็นแหล่งน้ำและสวนสาธารณะสำคัญในเมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเขตเมืองเก่าลี่เจียง สถานที่แห่งนี้มีชื่อเสียงจากสระน้ำที่มีน้ำใสและบรรยากาศร่มรื่น รายล้อมด้วยต้นไม้เก่าแก่ สะพาน ศาลา และอาคารสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม ขณะที่ในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม สามารถมองเห็น ภูเขาหิมะมังกรหยก เป็นฉากหลังได้อย่างโดดเด่น คำว่า “มังกรดำ” ในชื่อสถานที่มาจากตำนานและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับมังกรในวัฒนธรรมจีน ซึ่งมังกรเป็นสัญลักษณ์ของพลัง ความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคล เมื่อเดินเข้ามาภายในพื้นที่ นักท่องเที่ยวจะพบว่าบรรยากาศแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวแบบแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ เพราะ Black Dragon Pool ให้ความรู้สึกเหมือนสวนพักผ่อนที่ผสมผสานธรรมชาติและสถาปัตยกรรมเข้าไว้ด้วยกัน ประวัติสระน้ำมังกรดำ จุดเริ่มต้นจากแหล่งน้ำธรรมชาติสู่แลนด์มาร์กลี่เจียง พื้นที่ Black Dragon Pool มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของลี่เจียงมาอย่างยาวนาน โดยบริเวณนี้มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์กับเมือง และต่อมามีการสร้างศาสนสถานและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ รอบพื้นที่ หนึ่งในเรื่องราวที่ถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับสระน้ำแห่งนี้คือการเกิดน้ำพุขึ้นบริเวณเชิงเขา ก่อนที่พื้นที่ดังกล่าวจะค่อย ๆ ได้รับการพัฒนาให้เป็นสวนและสถานที่สำคัญของเมือง ในอดีตบริเวณนี้เคยมีวัดและศาสนสถานหลายแห่ง และมีการสร้างอาคารตามรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลือองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมหลายจุดให้นักท่องเที่ยวได้ชม ความโดดเด่นของ Black Dragon Pool จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำ ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาผสมผสานกันจนเกิดเป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) 2027 ที่เที่ยวเนเธอร์แลนด์ ชมทุ่งทิวลิปสุดอลังการแห่งยุโรป

สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) 2027 ที่เที่ยวเนเธอร์แลนด์ ชมทุ่งทิวลิปสุดอลังการแห่งยุโรป

15

Keukenhof 2027 สวนดอกไม้ในฝันที่ทำให้ฤดูใบไม้ผลิของเนเธอร์แลนด์น่าจดจำ หากพูดถึงภาพจำของประเทศเนเธอร์แลนด์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ภาพของ ทุ่งดอกทิวลิปสีแดง เหลือง ชมพู ม่วง และส้ม ที่เรียงตัวเป็นแนวยาวสุดสายตา น่าจะเป็นหนึ่งในภาพที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรก และหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้ภาพเหล่านั้นกลายเป็นประสบการณ์จริงได้ก็คือ Keukenhof สวนเคอเคนฮอฟไม่ได้เป็นเพียงสวนดอกไม้สำหรับเดินชมและถ่ายรูป แต่เป็นพื้นที่จัดแสดงดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิขนาดใหญ่ที่สะท้อนความโดดเด่นของอุตสาหกรรมไม้ดอกและหัวพันธุ์ของเนเธอร์แลนด์ ภายในสวนมีการออกแบบภูมิทัศน์หลากหลายรูปแบบ รวมถึงนิทรรศการดอกไม้และการจัดแสดงตามอาคารต่าง ๆ สำหรับปี 2027 Keukenhof มีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ถึง 9 พฤษภาคม 2027 เปิดทุกวันเวลา 08:00–19:00 น. และปิดรับผู้เข้าชมเวลา 18:15 น. ดังนั้นใครที่กำลังวางแผน ทัวร์เนเธอร์แลนด์ 2027 และอยากเห็นทิวลิปบานเต็มสวน Keukenhof คือหนึ่งในจุดหมายที่ควรปักหมุดไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

หมู่บ้านเทพนิยาย Ningle Terrace Hokkaido เดินเล่นในป่าแห่งภูมิปัญญา เสน่ห์เมืองฟุราโนะที่ต้องไปเยือน

หมู่บ้านเทพนิยาย Ningle Terrace Hokkaido เดินเล่นในป่าแห่งภูมิปัญญา เสน่ห์เมืองฟุราโนะที่ต้องไปเยือน

17

Ningle Terrace Hokkaido หมู่บ้านเทพนิยายกลางป่าที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังสือนิทาน ถ้ามีสถานที่แห่งหนึ่งในฮอกไกโดที่สามารถทำให้เราเผลอคิดว่าเดินหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของนิทานได้ Ningle Terrace หรือ นิงเกิลเทอเรส (Ningle Terrace) ที่เมืองฟุราโนะ คือหนึ่งในสถานที่ที่ตอบโจทย์ความรู้สึกนั้นได้อย่างน่าประทับใจ ลองจินตนาการถึงเส้นทางเดินไม้เล็ก ๆ ที่คดเคี้ยวเข้าไปในป่าสน รายล้อมด้วยกระท่อมไม้หลังจิ๋วหลายหลัง แต่ละหลังมีแสงไฟอบอุ่นส่องออกมาจากหน้าต่าง ขณะที่รอบตัวเต็มไปด้วยต้นไม้ เสียงน้ำ และกลิ่นหอมของไม้ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว หลังคาของกระท่อมถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว และเมื่อถึงช่วงค่ำ แสงไฟตามทางเดินจะช่วยเติมบรรยากาศจนดูราวกับหมู่บ้านเล็ก ๆ ของเหล่าภูตในป่า นี่คือเสน่ห์ของ Ningle Terrace Hokkaido สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฟุราโนะที่ไม่ได้โดดเด่นด้วยแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ แต่ใช้ความเรียบง่ายของป่า งานฝีมือ และบรรยากาศที่ละเอียดอ่อนสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน สำหรับคนที่กำลังมองหาจุดหมายใน ทัวร์ญี่ปุ่น ที่แตกต่างจากวัด ศาลเจ้า ย่านช้อปปิ้ง หรือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั่วไป Ningle Terrace เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ควรใส่ไว้ในลิสต์ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบธรรมชาติ งานคราฟต์ การถ่ายรูป และบรรยากาศโรแมนติก

บุฟเฟต์แซลมอนสดกลางป่า! ทำไม Brooks Falls ถึงเป็น

บุฟเฟต์แซลมอนสดกลางป่า! ทำไม Brooks Falls ถึงเป็น "ร้านอร่อย" ของเหล่าหมีแห่งอลาสก้า

47

ถ้าพูดถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใคร หลายคนอาจนึกถึงการชมแสงเหนือ เดินบนธารน้ำแข็ง หรือการนั่งรถไฟชมวิวภูเขาหิมะ แต่ที่อลาสก้า ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่กลายเป็นความฝันของนักเดินทางทั่วโลก นั่นคือ การชมหมีกินแซลมอนสด ๆ กลางแม่น้ำที่ Brooks Falls สถานที่แห่งนี้ถูกขนานนามอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็น "ร้านบุฟเฟต์แซลมอนกลางป่า" เพราะในช่วงฤดูที่ปลาแซลมอนว่ายกลับมาวางไข่ เหล่าหมีสีน้ำตาลจำนวนมากจะเดินทางมายังน้ำตกแห่งนี้ เพื่อรอจับปลาที่กระโดดผ่านกระแสน้ำ เป็นภาพธรรมชาติที่หาชมได้ยากและกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ ทัวร์อลาสก้า แต่ Brooks Falls ไม่ใช่ร้านอาหารธรรมดา เพราะที่นี่ไม่มีโต๊ะ ไม่มีพนักงานเสิร์ฟ และไม่มีเมนูอาหาร สิ่งเดียวที่มีคือสายน้ำใสสะอาด ปลาแซลมอนนับพันตัว และเจ้าถิ่นตัวใหญ่ที่กำลังใช้สัญชาตญาณในการดำรงชีวิต ภาพของหมีตัวใหญ่ยืนอยู่กลางสายน้ำ รอจังหวะที่ปลาแซลมอนกระโดดขึ้นน้ำตก ก่อนใช้ปากคาบปลาอย่างแม่นยำ เป็นภาพธรรมชาติที่สร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางจากทั่วโลก และเป็นเหตุผลว่าทำไม Brooks Falls จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต

เที่ยวฉงชิ่งครั้งแรก ไปไหนดี? อัปเดต 8 พิกัดแลนด์มาร์กเด็ดที่ต้องไปเยือน

เที่ยวฉงชิ่งครั้งแรก ไปไหนดี? อัปเดต 8 พิกัดแลนด์มาร์กเด็ดที่ต้องไปเยือน

105

หากพูดถึงเมืองท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน ชื่อของ ฉงชิ่ง (Chongqing) จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน เมืองแห่งนี้ได้รับฉายาว่า "เมืองภูเขา" เพราะสร้างอยู่บนภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเนินเขาและหน้าผา ทำให้ถนน อาคาร และระบบขนส่งมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนเมืองใดในโลก หลายคนอาจรู้จักฉงชิ่งจากภาพ รถไฟวิ่งทะลุอาคาร หรือวิวกลางคืนของ หงหยาต้ง ที่สวยราวกับฉากในภาพยนตร์ แต่แท้จริงแล้วเมืองนี้ยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ ถนนคนเดินสุดคึกคัก ย่านเมืองเก่า และจุดชมวิวสุดมหัศจรรย์อีกมากมาย หากคุณกำลังวางแผนเดินทางกับ ทัวร์ฉงชิ่ง และยังไม่รู้ว่าจะเริ่มเที่ยวจากที่ไหน บทความนี้ได้รวบรวม 8 แลนด์มาร์กห้ามพลาด ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนฉงชิ่งเป็นครั้งแรก พร้อมข้อมูลการเดินทาง จุดเด่น และเคล็ดลับการเที่ยวให้ครบในทริปเดียว ทำไม "ฉงชิ่ง" ถึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มาแรง? ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉงชิ่งกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยการผสมผสานระหว่างเมืองสมัยใหม่ ธรรมชาติ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เมืองที่สร้างบนภูเขา มีวิวสวยไม่เหมือนใคร รถไฟฟ้าวิ่งผ่านอาคารที่มีชื่อเสียงระดับโลก วิวกลางคืนสุดอลังการของหงหยาต้ง อาหารขึ้นชื่อ เช่น หม้อไฟฉงชิ่ง ระบบรถไฟฟ้าครอบคลุม เดินทางสะดวก มีทั้งย่านเมืองเก่าและย่านช้อปปิ้งทันสมัย จึงไม่น่าแปลกใจที่โปรแกรม ทัวร์ฉงชิ่ง จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางที่รวมเฉิงตู อู่หลง และอุทยานธรรมชาติชื่อดังของจีนตะวันตก

ทัวร์จีน เที่ยวจีนหน้าหนาวเที่ยวที่ไหนดี? รวม 5 จุดหมายปลายทางหิมะสวยในฝัน

ทัวร์จีน เที่ยวจีนหน้าหนาวเที่ยวที่ไหนดี? รวม 5 จุดหมายปลายทางหิมะสวยในฝัน

172

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี หลายคนเริ่มมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสัมผัสอากาศหนาวเย็น ชมหิมะขาวโพลน และเก็บภาพบรรยากาศสุดโรแมนติก ซึ่งหนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการเดินทางช่วงฤดูหนาวก็คือ ประเทศจีน ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่และภูมิประเทศที่หลากหลาย ประเทศจีนจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวมากมาย ตั้งแต่เมืองน้ำแข็งที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ภูเขาหิมะสูงตระหง่าน ทะเลสาบสีฟ้าใส ไปจนถึงหมู่บ้านโบราณท่ามกลางหิมะที่สวยราวกับภาพวาด สำหรับนักเดินทางที่กำลังมองหา ทัวร์จีน ในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างมาก เพราะหลายสถานที่มีเสน่ห์แตกต่างจากฤดูอื่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ที่หลายเมืองจะกลายเป็นดินแดนแห่งหิมะและความงดงามแบบที่หาชมได้ยาก บทความนี้จะพาไปพบกับ 5 จุดหมายยอดนิยมสำหรับ เที่ยวจีนหน้าหนาว ได้แก่ ฮาร์บิน (Harbin) เมืองน้ำแข็งแห่งแดนเหนือ ลี่เจียง (Lijiang) เมืองโบราณกลางหุบเขาหิมะ แชงกรีล่า (Shangri-La) ดินแดนแห่งความฝันบนที่ราบสูง จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou) สวรรค์แห่งทะเลสาบสีฟ้าและหิมะ จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) ภูเขาหินมหัศจรรย์ในสายหมอก

ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan) ภูเขาแอลป์แห่งเมืองเสฉวน สวรรค์ของนักเดินทาง

ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan) ภูเขาแอลป์แห่งเมืองเสฉวน สวรรค์ของนักเดินทาง

54

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน หลายคนอาจนึกถึงจิ่วจ้ายโกวหรือหวงหลง แต่ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวและช่างภาพ นั่นคือ ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan หรือ 四姑娘山) ซึ่งได้รับฉายาว่า "ภูเขาแอลป์แห่งเมืองเสฉวน" ด้วยทิวทัศน์ของยอดเขาหิมะสูงตระหง่าน ทุ่งหญ้ากว้าง ป่าสนสีเขียว ธารน้ำใส และหุบเขาที่งดงามราวกับภาพวาด สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางกับ ทัวร์จีน เส้นทางมณฑลเสฉวน ภูเขาสี่ดรุณีถือเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติระดับโลกแล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชนเผ่าทิเบตในพื้นที่ และสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางขุนเขาที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภูมิประเทศที่สวยที่สุดของจีน

หลวงพระบาง เมืองแห่งวัดวาอาราม ศิลปะล้านช้าง สัมผัสเสน่ห์เมืองมรดกโลก

หลวงพระบาง เมืองแห่งวัดวาอาราม ศิลปะล้านช้าง สัมผัสเสน่ห์เมืองมรดกโลก

54

เมื่อพูดถึงเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของประเทศลาว ชื่อของ หลวงพระบาง (Luang Prabang) ถือเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ที่นักเดินทางทั่วโลกอยากไปสัมผัส ด้วยเอกลักษณ์ของเมืองเก่าอันเงียบสงบ สถาปัตยกรรมแบบล้านช้าง ผสมผสานอิทธิพลฝรั่งเศสยุคอาณานิคม และวัดวาอารามเก่าแก่ที่งดงาม ทำให้หลวงพระบางได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น เมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เสน่ห์ของหลวงพระบางไม่ได้อยู่เพียงความสวยงามของสถานที่ แต่ยังรวมถึงวิถีชีวิตของผู้คน ความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา และบรรยากาศเรียบง่ายที่แตกต่างจากเมืองใหญ่ทั่วไป นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจะได้สัมผัสวัฒนธรรมลาวอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่พิธีตักบาตรยามเช้า การเดินชมตลาดพื้นเมือง ไปจนถึงการเยี่ยมชมวัดสำคัญที่สะท้อนความรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านช้างในอดีต สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทัวร์ลาว เส้นทางหลวงพระบางถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นเมืองที่สามารถรวมทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตไว้ได้อย่างลงตัว หลวงพระบาง เมืองหลวงเก่าแห่งอาณาจักรล้านช้าง หลวงพระบางตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ทางตอนเหนือของประเทศลาว เดิมเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้าง ซึ่งเป็นอาณาจักรสำคัญของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านการเมือง ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ชื่อ "หลวงพระบาง" มีที่มาจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง คือ พระบาง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ได้รับความเคารพอย่างสูงจากชาวลาว และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนมาอย่างยาวนาน ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยวัดเก่าแก่กว่า 30 แห่ง บ้านเรือนแบบดั้งเดิม อาคารสไตล์โคโลเนียล และถนนสายเล็ก ๆ ที่ยังคงรักษาบรรยากาศในอดีตไว้ได้อย่างดี เสน่ห์ของศิลปะล้านช้างในหลวงพระบาง ศิลปะล้านช้างเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเมืองหลวงพระบาง โดยมีจุดเด่นคือความประณีต อ่อนช้อย และสะท้อนความเชื่อทางพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในวัดต่าง ๆ คือ หลังคาซ้อนหลายชั้น ลวดลายแกะสลักไม้ การประดับกระจกสี และภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวทางศาสนาและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต วัดแต่ละแห่งในหลวงพระบางมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน แต่ยังคงสะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และความศรัทธา

หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) ฮอกไกโด ชมหุบเขาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) ฮอกไกโด ชมหุบเขาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดมหัศจรรย์

31

หากพูดถึงแหล่งออนเซ็นระดับโลกของประเทศญี่ปุ่น ชื่อของ โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu) ในจังหวัดฮอกไกโด ย่อมติดอันดับต้น ๆ ที่นักเดินทางทั่วโลกอยากไปสัมผัส และสถานที่ที่ถือเป็นหัวใจของเมืองแห่งนี้ก็คือ หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) แหล่งกำเนิดน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เต็มไปด้วยไอน้ำสีขาว กลิ่นกำมะถัน และภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ จนได้รับฉายาว่า "หุบเขานรก" แม้ชื่อจะฟังดูน่ากลัว แต่ความจริงแล้วจิโกคุดานิคือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดของฮอกไกโด และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่แทบทุกโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางฮอกไกโดจะต้องแวะเยี่ยมชม เพราะนอกจากจะได้สัมผัสพลังของธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นต้นกำเนิดของน้ำแร่ออนเซ็นคุณภาพสูงที่หล่อเลี้ยงโรงแรมและเรียวกังทั่วเมืองโนโบริเบ็ตสึอีกด้วย หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jigokudani) คืออะไร? Jigokudani แปลตรงตัวว่า "หุบเขานรก" เป็นแอ่งภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อหลายหมื่นปีก่อน พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยปล่องไอน้ำ น้ำพุร้อนธรรมชาติ บ่อน้ำเดือด และช่องระบายก๊าซกำมะถัน ซึ่งยังคงมีพลังความร้อนใต้พิภพอยู่จนถึงปัจจุบัน พื้นที่ทั้งหมดมีลักษณะเป็นหุบเขาหินสีเทาและสีเหลืองสลับกัน มีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินตลอดเวลา เมื่อมองจากจุดชมวิวจะเห็นภาพของธรรมชาติที่ทั้งแปลกตาและงดงาม จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภูมิประเทศภูเขาไฟที่โดดเด่นที่สุดของประเทศญี่ปุ่น น้ำแร่จากหุบเขานรกแห่งนี้ถูกส่งต่อไปยังโรงแรมและออนเซ็นต่าง ๆ ในเมืองโนโบริเบ็ตสึ ทำให้เมืองนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองออนเซ็นที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น

สวนเอเปค (APEC Park) แลนด์มาร์กใหม่ของเมืองดานัง จุดพักผ่อนและถ่ายรูปสุดทันสมัย

สวนเอเปค (APEC Park) แลนด์มาร์กใหม่ของเมืองดานัง จุดพักผ่อนและถ่ายรูปสุดทันสมัย

50

หากพูดถึงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศเวียดนาม หลายคนคงนึกถึง เมืองดานัง (Da Nang) เมืองชายฝั่งที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทันสมัย ธรรมชาติที่สวยงาม และวัฒนธรรมอันมีเสน่ห์ หนึ่งในแลนด์มาร์กใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ สวนเอเปค (APEC Park) สวนสาธารณะริมแม่น้ำฮานที่โดดเด่นด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัย และกลายเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของทั้งชาวเวียดนามและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง ใกล้สะพานมังกรและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง สวนเอเปคจึงมักถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรม ทัวร์เวียดนาม เส้นทางดานัง–ฮอยอัน–บานาฮิลส์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินเล่น ถ่ายภาพ และสัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สวนเอเปค (APEC Park) คืออะไร? สวนเอเปค หรือ APEC Park Danang เป็นสวนสาธารณะสมัยใหม่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮาน (Han River) ใจกลางเมืองดานัง สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิก APEC และเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง สวนแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงและขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ โดยเพิ่มอาคารหลังคารูปทรงคล้ายใบไม้หรือว่าวที่ลอยอยู่เหนือพื้นดิน ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของสวนและเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนแล้ว ภายในสวนยังใช้เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ งานศิลปะ กิจกรรมทางวัฒนธรรม และเทศกาลต่าง ๆ ของเมืองดานังตลอดทั้งปี

Moana Café คาเฟ่สุดฮิตแห่งเมืองซาปา เวียดนาม จุดเช็กอินวิวภูเขาสุดอลังการแห่งเมืองสายหมอก

Moana Café คาเฟ่สุดฮิตแห่งเมืองซาปา เวียดนาม จุดเช็กอินวิวภูเขาสุดอลังการแห่งเมืองสายหมอก

52

เมื่อพูดถึงเมืองท่องเที่ยวทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ชื่อของ ซาปา (Sapa) ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยเสน่ห์ของเมืองเล็กกลางหุบเขา อากาศเย็นสบาย วิวภูเขาสลับซับซ้อน นาขั้นบันได และวัฒนธรรมชนเผ่าท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของซาปา และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว คือ Moana Café คาเฟ่วิวสวยที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟธรรมดา แต่เป็นพื้นที่สำหรับชมวิว ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม ด้วยการออกแบบพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างคาเฟ่ สวนถ่ายภาพ และจุดชมวิว ทำให้ Moana Café กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางกับ ทัวร์เวียดนาม นิยมแวะมาเก็บภาพความประทับใจ โดยเฉพาะเส้นทางเที่ยวเวียดนามเหนือ ซาปา – ฮานอย รู้จัก Moana Café เมืองซาปา Moana Café Sapa ตั้งอยู่ในเมืองซาปา จังหวัดหล่าวกาย (Lao Cai) ทางภาคเหนือของประเทศเวียดนาม เป็นคาเฟ่ชื่อดังที่ได้รับการออกแบบให้เป็นจุดชมวิวและสถานที่ถ่ายภาพสำหรับนักท่องเที่ยว ความโดดเด่นของที่นี่คือสามารถมองเห็นวิวภูเขาและธรรมชาติของซาปาได้แบบกว้างไกล โดยเฉพาะในวันที่อากาศดี นักท่องเที่ยวสามารถชมภาพภูเขาสูง ท้องฟ้า และสายหมอกที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองซาปา ชื่อของ Moana Café ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศแบบ Tropical และธรรมชาติ ทำให้พื้นที่ภายในร้านถูกตกแต่งด้วยมุมถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบ ทั้งแนวธรรมชาติ โมเดิร์น และแฟนตาซี

พระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) วัดโคโตกุอิน แลนด์มาร์กเก่าแก่แห่งเมืองคามาคุระ

พระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) วัดโคโตกุอิน แลนด์มาร์กเก่าแก่แห่งเมืองคามาคุระ

37

พระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) หรือที่รู้จักกันในชื่อ คามาคุระ ไดบุตสุ (Kamakura Daibutsu) เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายในบริเวณ วัดโคโตกุอิน (Kotoku-in Temple) เมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว ด้วยความยิ่งใหญ่ขององค์พระที่มีความสูงกว่า 11 เมตร ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 700 ปี และความงดงามท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าของญี่ปุ่น ทำให้พระใหญ่ไดบุตสุกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก และเป็นจุดหมายสำคัญในโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางโตเกียวและคันโต นอกจากความงดงามทางศิลปะแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวญี่ปุ่น รวมถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญมากมาย ตั้งแต่ยุคคามาคุระจนถึงปัจจุบัน รู้จักพระใหญ่ไดบุตสุ (Great Buddha of Kamakura) พระใหญ่ไดบุตสุแห่งคามาคุระ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ (Amida Buddha) ประดิษฐานอยู่ภายในวัดโคโตกุอิน เมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวะ เดิมทีพระพุทธรูปองค์นี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1252 ในสมัยคามาคุระ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เมืองคามาคุระเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและการปกครองของญี่ปุ่น องค์พระถูกสร้างขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์ มีน้ำหนักประมาณ 121 ตัน และมีความสูงประมาณ 11.3 เมตร เมื่อรวมฐานแล้วมีความสูงมากกว่า 13 เมตร ทำให้เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปกลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สิ่งที่ทำให้พระใหญ่ไดบุตสุมีความพิเศษคือ เดิมองค์พระเคยประดิษฐานอยู่ภายในวิหารขนาดใหญ่ แต่หลังจากเกิดภัยธรรมชาติหลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์สึนามิในศตวรรษที่ 15 อาคารโดยรอบได้รับความเสียหาย จนเหลือเพียงองค์พระที่ยังคงตั้งอยู่กลางแจ้งมาจนถึงปัจจุบัน