logo
image

icon-travel-2 นครนิวไทเปหรือเมืองซินเป่ย ประเทศไต้หวัน

นครนิวไทเปหรือเมืองซินเป่ย ประเทศไต้หวัน

มิถุนายน 30, 2025
แชร์ :

นครนิวไทเปหรือเมืองซินเป่ย ประเทศไต้หวัน

นครนิวไทเปหรือเมืองซินเป่ย ประเทศไต้หวัน
นครนิวไทเปหรือเมืองซินเป่ย ประเทศไต้หวัน

ประวัติศาสตร์และอดีตสามารถสะท้อนรากเหง้าชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน นครนิวไทเปเป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่คนรักประวัติศาสตร์ต้องไม่พลาด อาทิ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมชา พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก ฯลฯ เมืองนิวไทเป เป็นเทศบาลพิเศษที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของไต้หวันเมืองนี้มีประชากรประมาณ 4,004,367 คน ณ เดือนมกราคม ทำให้เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในไต้หวัน และยังเป็นเทศบาลพิเศษที่ใหญ่เป็นอันดับสองตามพื้นที่ รองจากเกาสง เขตการปกครองระดับสูงสุดที่ติดกับเมืองนิวไทเปคือจีหลงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเขตอี้หลานทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และเถาหยวนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และล้อมรอบเมืองไทเป ทั้งหมด เขตปันเฉียวเป็นที่นั่งของเทศบาลและย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุด

 

นครนิวไทเปมีต้นกำเนิดมาจากจุดบรรจบของแม่น้ำตั้นสุ่ย (Tamsui) ซินเตี้ยน (Xindian) และจีหลง (Keelung) จากนั้นค่อยๆ ขยายตัวจากชุมชนเล็กๆ บริเวณปากแม่น้ำสู่เมืองนิวไทเปในปัจจุบัน ภูมิประเทศแห่งนี้ได้รับการสรรค์สร้างด้วยฝีมือธรรมชาติและกาลเวลา ที่นี่เราสามารถชมความงามของพื้นที่ราบผืนใหญ่ ภูเขา และ แม่น้ำที่ไหลทอดเป็นแนวยาว สวยงามจนไม่อาจละสายตาได้

 

สวนสาธารณะนิวไทเป (New Taipei Metropolitan Park)

สวนสาธารณะนิวไทเป  (New Taipei Metropolitan) ตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟใต้ดิน MRT สถานี Sanchong ในนิวไทเป สวนแห่งนี้เดินทางสะดวกสบาย มีพื้นที่กว้างขวาง ครอบคลุมพื้นที่ 4 เฮกตาร์ มีสไลเดอร์ขนาดใหญ่ สนามเด็กเล่นในธีมสัตว์ต่างๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จึงทำให้สวนสาธารณะนิวไทเป ถูกใจครอบครัวที่ต้องการมาพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

สวนสาธารณะนิวไทเป
สวนสาธารณะนิวไทเป

ถนนอาหารทะเลอ้าวตี่ (Ao di)

เอาใจสายกินกับถนนอาหารทะเลอ้าวตี่ (Ao di) อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตรจากฝูหลง ขับรถเพียง 10 นาที เราก็จะพบกับร้านค้าจำนวนมาก โดยถนนแห่งนี้มีอาหารทะเลที่สดใหม่ อร่อย ให้เราได้ชิมกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปู ปลา กุ้ง หอย และสัตว์น้ำนานาพันธุ์

ถนนอาหารทะเลอ้าวตี่ (Ao di)
ถนนอาหารทะเลอ้าวตี่ (Ao di)

ซึ่งถ้าหากใครอยากลองชิมอาหารทะเลชนิดไหน ก็สามารถเข้าไปเลือกได้ตามตู้ปลาใสขนาดใหญ่ในแต่ละร้านได้เลย โดยอาหารที่มีชื่อเสียงของที่นี่ คือ “หอยจิ๋วข่ง” (Jiǔ kǒng) รวมถึงปลาหมึกและกุ้งก้ามกรามตัวใหญ่ ให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ ถือเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักตกปลา นักเล่นกระดานโต้คลื่น และนักชิมอาหารมืออาชีพ เข้ามาลิ้มลองอาหารทะเลสดใสกันอย่างไม่ขาดสาย

พื้นที่ธรณีวิทยาไหลไหล (Lai Lai)

พื้นที่ธรณีวิทยาไหลไหล (Lai Lai) เป็นพื้นที่ตกปลาที่พัฒนาที่สุด ตั้งอยู่ในมุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์และปลานานาพันธุ์ จึงทำให้ชาวไต้หวันนิยมเข้ามาตกปลา จนกลายเป็นพื้นที่ตกปลาขนาดใหญ่ มีก้อนหินเรียงรายมากมาย ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ ด้วยระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์และพื้นที่กว้างขวาง จึงดึงดูดให้นักตกปลาเข้ามาเยือนเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดเทศกาลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานฉลองพื้นที่ที่ไหลไหล-กระดานซักผ้าของปีศาจ และตำนานของหินภูเขาไฟ  จึงทำให้ที่นี่ เป็นพื้นที่การประมงที่มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของไต้หวัน

พื้นที่ธรณีวิทยาไหลไหล (Lai Lai)
พื้นที่ธรณีวิทยาไหลไหล (Lai Lai)

อีกทั้งยังมีลักษณะทางธรณีวิทยาและหินที่แปลกกว่าที่อื่น เช่น การเรียงตัวกันหินประหลาดสีดำตลอดทาง มีการเรียงตัวเป็นเส้นตลาดทาง ทำให้ถูกเรียกว่า “กระดานปีศาจ” รวมถึงมีหินภูเขาไฟ ที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน จึงทำให้ดูคล้ายกับส่วนหลังของมังกรที่ดำดิ่งลงไปในทะเล

 

โดยธรณีวิทยาที่มีประหลาดเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นร่องรอยที่หลงเหลือจากแผ่นดินไหว จึงทำให้ผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ในระยะใกล้ อีกทั้งยังมองเห็นเกาะ Guishan ได้ในระยะไกลอีกด้วย ให้เราได้ชื่นชมกับวิวทะเลที่งดงาม เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพทุกคน

ข้อควรระวังในการท่องเที่ยว :  หากเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาว จะมีคลื่นลมค่อนข้างที่จะแรง จึงควรระมัดระวังในการเดินทางมาชมวิวทิวทัศน์ ตกปลาหรือถ่ายภาพบริเวณนี้

จิ่วเฟิ่น (Jiufen)

ในอดีตจิ่วเฟิ่นเคยเต็มไปด้วยเหมืองทอง จนมีฉายาว่า “เมืองภูเขาทองคำ” เนื่องจากคนงานเหมืองหลั่งไหลเข้ามา จึงทำให้ชุมชนเจริญรุ่งเรืองขึ้น แต่เมื่ออุตสาหกรรมเหมืองทองเริ่มซบเซา ชุมชนก็เงียบเหงาลงมาก ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ภาพยนตร์เรื่อง A City of Sadness ได้มาถ่ายทำในจิ่วเฟิ่น วิวสวยงามของทะเลและภูเขา รวมทั้งบ้านเรือนแบบโบราณ และภูมิประเทศลาดชันอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงมีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดี  ทำให้จิ่วเฟิ่นกลายเป็นหนึ่งในเมืองภูเขาที่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศหลงใหล

จิ่วเฟิ่น (Jiufen)
จิ่วเฟิ่น (Jiufen)

เพลิดเพลินไปกับบรรดาร้านค้า ในตรอกซอกซอยจิ่วเฟิ่น

ถนนโบราณจิ่วเฟิ่นทอดยาวไปตามเนินเขา เต็มไปด้วยร้านค้ามากมายบนถนนแคบ ๆ ทุกซอกมุมอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารพื้นเมือง หากคุณมาเยือนจิ่วเฟิ่น อย่าพลาดที่จะลิ้มลองอาหารทานเล่นสุดคลาสสิกอย่าง บัวลอยเผือก ป้าหวัน (แป้งเหนียวนุ่มยัดไส้หมู ราดน้ำจิ้มรสหวานเผ็ด) เฉ่าอากุ้ย (แป้งสีเขียวยัดไส้คล้ายขนมเทียน) นอกจากอาหารแล้ว จิ่วเฟิ่นยังมีแหล่งชอปปิงหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชอปอย่างจุใจ ทั้งของเล่นโบราณ และของที่ระลึกสุดพิเศษจากไต้หวัน นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจตรอกซอกซอย และชื่นชมความงามของจิ่วเฟิ่นได้จากมุมมองที่แตกต่างกัน

สัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของจิ่วเฟิ่นจากโรงน้ำชาและโรงละคร

ถ้าคุณอยากพักผ่อนแบบห่างไกลจากผู้คน  ลองเข้าไปในโรงน้ำชา ไปเรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาไต้หวัน  ชื่นชมชุดน้ำชาที่สวยงามและประณีต จิบชาคู่กับเค้กสักชิ้น เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาอันเงียบสงบ พร้อมชมวิวของทะเลจีหลงไปพร้อมๆกัน นอกจากนี้คุณยังสามารถเข้าชมโรงละครเซิงผิง(Shengping Theater) โรงละครแห่งแรกของจิ่วเฟิ่นได้ ในโรงละครมีช่องขายตั๋วแบบย้อนยุค โปสเตอร์ภาพยนตร์เก่า ๆ และร้านขนมสไตล์ยุค 60 เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวควรมาเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศโรงละครสมัยก่อน

 

อุทยานธรณีเย๋หลิ่ว (Yehliu Geopark)

อุทยานธรณีเย๋หลิ่ว มีลักษณะเป็นแหลมทอดยาวออกไปในทะเล ตั้งอยู่บนภูเขาต้าถุน หากมองจากมุมบน จะมีลักษณะเหมือนเต่ายักษ์ที่ลอยอยู่ในทะเล อุทยานธรณีแห่งนี้เกิดจากการผุกร่อนของหิน การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทำให้ภูมิศาสตร์เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จนกลายเป็นอุทยานธรรมชาติที่สำคัญของไต้หวัน

อุทยานธรณีเย๋หลิ่ว (Yehliu Geopark)
อุทยานธรณีเย๋หลิ่ว (Yehliu Geopark)

อุทยานเย๋หลิ่วแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรกเป็นที่ตั้งของหินรูปทรงแปลกตา เช่น หินเศียรราชินี และหินรองเท้านางฟ้า ส่วนที่ 2 มีหินถั่วและหินหัวมังกร และในส่วนที่ 3 มีถ้ำที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลและหินรูปทรงต่าง ๆ ทำให้อุทยานธรณีแห่งนี้ เหมาะสำหรับการเรียนรู้ทางธรณีวิทยาเป็นอย่างมาก


บทความที่เกี่ยวข้อง