Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sanookholiday

Travel License : 11/06310

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

ข้อมูลท่องเที่ยว

สนุกพาเที่ยวอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 1 Day Trip

สนุกพาเที่ยวอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 1 Day Trip

255

วันนี้ สนุกฮอลิเดย์มีนัดกันไปเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯ แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน (ถึงร้อนมากในบางช่วง) แต่ในเมื่อรวมตัวกันพร้อมเพรียงตั้งแต่เช้าแล้ว ร้อนแค่ไหนก็สู้จ้า!ล้อหมุนออกจากจุดนัดพบราวๆ 9 โมงครึ่ง เราวิ่งมาตามถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 หรือมอเตอร์เวย์ ตามป้ายที่เขียนไปอยุธยานั่นละ ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 32 หรือที่เรียกกันติดปากว่าสายเอเชีย เพื่อไปยังที่สถานที่แรกคือ วัดนิเวศน์ธรรมประวัติราชวรวิหาร ในเวลา 10 โมงเช้ามาถึงแล้วก็ต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าข้ามฝั่งเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังเกาะกลางแม่น้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด บอกก่อนว่าสามารถนั่งได้ไม่เกิน 10 คนเท่านั้น และกรุณาปิดแผงกั้นไว้ขณะกระเช้าเคลื่อนตัวด้วย แม้จะไม่คิดค่าบริการ แต่ก็มีจุดรับบริจาคค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ต้องการทำบุญ

หมู่บ้านกีธูร์น (Giethoorn) เวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ หมู่บ้านในฝันสุดโรแมนติกแห่งยุโรป

หมู่บ้านกีธูร์น (Giethoorn) เวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ หมู่บ้านในฝันสุดโรแมนติกแห่งยุโรป

15

หมู่บ้านกีธูร์น (Giethoorn) สวรรค์เล็ก ๆ แห่งเนเธอร์แลนด์ ที่ต้องไปสัมผัสสักครั้ง เมื่อพูดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ หลายคนอาจนึกถึงกังหันลม ทุ่งดอกทิวลิป เมืองอัมสเตอร์ดัม หรือคลองเก่าแก่ที่มีเสน่ห์ แต่ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ และได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของยุโรป นั่นคือ หมู่บ้านกีธูร์น (Giethoorn) ด้วยภาพของบ้านหลังเล็กสไตล์ดัตช์ตั้งเรียงรายอยู่ริมคลอง มีสะพานไม้ทอดข้ามสายน้ำกว่า 170 แห่ง และผู้คนเดินทางด้วยเรือแทนรถยนต์ ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “เวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ (Venice of the Netherlands)” สำหรับนักท่องเที่ยวที่เลือกเดินทางกับ ทัวร์เนเธอร์แลนด์ หมู่บ้านกีธูร์นถือเป็นหนึ่งในสถานที่ห้ามพลาด เพราะเป็นจุดหมายที่แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกแห่งนิทาน ที่เต็มไปด้วยความสงบ ความสวยงาม และวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของชาวดัตช์

สวนโออิชิปาร์ค (Oishi Park) ชมดอกไม้งาม วิวภูเขาไฟฟูจิ

สวนโออิชิปาร์ค (Oishi Park) ชมดอกไม้งาม วิวภูเขาไฟฟูจิ

17

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถชม ภูเขาไฟฟูจิ ได้อย่างงดงามที่สุด หลายคนอาจนึกถึงทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) และหนึ่งในแลนด์มาร์กยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดก็คือ สวนโออิชิปาร์ค (Oishi Park) สวนดอกไม้ริมทะเลสาบที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยวิวภูเขาไฟฟูจิอันยิ่งใหญ่ที่เป็นฉากหลัง พร้อมทุ่งดอกไม้หลากสีสันที่ผลัดเปลี่ยนกันบานตลอดทั้งปีสำหรับผู้ที่เดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น สวนโออิชิปาร์คถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดฮิตของเส้นทางโตเกียว–ฟูจิ เพราะนอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติอันงดงามแล้ว ยังสามารถถ่ายภาพวิวฟูจิในมุมที่สวยที่สุด พร้อมเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและสดชื่น

วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) ชมใบไม้เปลี่ยนสี เกียวโต แลนด์มาร์กสุดประทับใจแห่งญี่ปุ่น

วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) ชมใบไม้เปลี่ยนสี เกียวโต แลนด์มาร์กสุดประทับใจแห่งญี่ปุ่น

14

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนความงดงามของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลายคนมักนึกถึงเมืองเกียวโต เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม สถาปัตยกรรมโบราณ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์มาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเกียวโตคือ วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera Temple) วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือช่วงที่ต้นเมเปิลและต้นไม้ต่าง ๆ เปลี่ยนสี วัดน้ำใสจะกลายเป็นหนึ่งในจุดชม ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยภาพของอาคารไม้โบราณตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมด้วยสีแดง ส้ม และเหลือง เป็นภาพที่สะท้อนเสน่ห์ของญี่ปุ่นได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เลือกเดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น วัดน้ำใสมักถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมเที่ยวเกียวโต เพราะเป็นสถานที่ที่สามารถสัมผัสได้ทั้งความงดงามทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นภายในสถานที่เดียว รู้จักวัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple : 清水寺) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า วัดน้ำใส เป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาฮิงาชิยามะ (Higashiyama) ทางตะวันออกของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ชื่อ “คิโยมิสึ” มีความหมายว่า “น้ำบริสุทธิ์” ซึ่งมาจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ที่ไหลผ่านบริเวณด้านหลังวัด เชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนสามารถดื่มเพื่อขอพรเกี่ยวกับสุขภาพ ความสำเร็จ และความรัก วัดแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่วัดคิโยมิสึเดระมีเสน่ห์มากที่สุดช่วงหนึ่งคือ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะบริเวณโดยรอบวัดตั้งอยู่บนภูเขา ทำให้สามารถมองเห็นผืนป่าที่เปลี่ยนสีอย่างงดงาม พร้อมวิวเมืองเกียวโตที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า

วัดเทียนหยวน (Tianyuan Temple) จุดชมซากุระไต้หวัน ชมดอกซากุระบานสวยใกล้ไทเป

วัดเทียนหยวน (Tianyuan Temple) จุดชมซากุระไต้หวัน ชมดอกซากุระบานสวยใกล้ไทเป

14

เมื่อพูดถึงสถานที่ชมซากุระที่สวยงามในเอเชีย หลายคนอาจนึกถึงประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้ว ไต้หวัน ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่มีเสน่ห์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะที่ วัดเทียนหยวน (Tianyuan Temple) สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในเขตตั้นสุ่ย (Tamsui) เมืองนิวไทเป (New Taipei City) วัดแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงฤดูซากุระ เพราะบริเวณโดยรอบวัดจะเต็มไปด้วยต้นซากุระหลากหลายสายพันธุ์ที่บานสะพรั่งล้อมรอบเจดีย์ทรงสูงกลางวัด เกิดเป็นภาพที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมและความงดงามของธรรมชาติได้อย่างลงตัว สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางกับ ทัวร์ไต้หวัน วัดเทียนหยวนถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของเส้นทางเที่ยวไทเปช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะสามารถเดินทางได้สะดวก อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง และสามารถจัดรวมกับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอื่น ๆ เช่น เมืองเก่าตั้นสุ่ย Fisherman's Wharf และถนนโบราณได้ภายในวันเดียว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเสน่ห์ของ วัดเทียนหยวน (Tianyuan Temple) ตั้งแต่ประวัติ ความสำคัญ จุดชมซากุระ มุมถ่ายภาพ วิธีเดินทาง และเหตุผลว่าทำไมสถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนประเทศไต้หวัน รู้จักวัดเทียนหยวน (Tianyuan Temple) จุดชมซากุระชื่อดังแห่งไต้หวัน วัดเทียนหยวน (天元宮 : Tianyuan Temple) เป็นวัดลัทธิเต๋าที่ตั้งอยู่บนพื้นที่เนินเขาในเขตตั้นสุ่ย (Tamsui District) ทางตอนเหนือของเมืองนิวไทเป ประเทศไต้หวัน ด้วยทำเลที่ตั้งบนพื้นที่สูง ทำให้บริเวณวัดสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างกว้างไกล ทั้งภูเขา ท้องฟ้า และเมืองตั้นสุ่ยด้านล่าง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เมื่อดอกซากุระบานพร้อมกันทั่วบริเวณ จะกลายเป็นภาพที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชื่นชมจำนวนมาก เอกลักษณ์สำคัญของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ 5 ชั้นทรงจีน ที่ตั้งอยู่ตรงกลางลานวัด ซึ่งเมื่อมองผ่านแนวต้นซากุระ จะเกิดเป็นภาพมุมถ่ายรูปที่โดดเด่นและเป็นภาพจำของวัดเทียนหยวน แม้ว่าวัดเทียนหยวนจะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ชมดอกไม้เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไต้หวันนิยมเดินทางมากราบไหว้ ขอพร และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล

หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) เสน่ห์หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณกลางหุบเขา

หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) เสน่ห์หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณกลางหุบเขา

23

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิม หนึ่งในชื่อที่นักเดินทางทั่วโลกต้องนึกถึงคือ ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) หมู่บ้านโบราณเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาของจังหวัดกิฟุ (Gifu) ทางตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น ด้วยภาพบ้านไม้หลังคาทรงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวในฤดูหนาว ทุ่งนาสีเขียวในฤดูร้อน และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ชิราคาวาโกะกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมเดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น เส้นทางยอดนิยมอย่าง โตเกียว – ฟูจิ – ทาคายาม่า – ชิราคาวาโกะ เพราะสามารถสัมผัสทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมได้ภายในทริปเดียว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเรื่องราวของ หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ตั้งแต่ประวัติ ความสำคัญ บ้านทรงกัสโชสึคุริ จุดเที่ยวสำคัญ วิธีเดินทาง และเหตุผลที่ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ต้องไปเยือนเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น รู้จักชิราคาวาโกะ (Shirakawago) หมู่บ้านมรดกโลกแห่งญี่ปุ่น ชิราคาวาโกะ (白川郷 : Shirakawa-go) มีความหมายว่า “หมู่บ้านแห่งแม่น้ำสีขาว” ตั้งอยู่ในเขตโอกิมาจิ (Ogimachi) จังหวัดกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น เป็นพื้นที่ชนบทที่มีภูเขาล้อมรอบ และมีแม่น้ำโชกาวะ (Shogawa River) ไหลผ่าน พื้นที่แห่งนี้มีชื่อเสียงจากบ้านเรือนแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า กัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri) ซึ่งเป็นบ้านไม้ที่มีหลังคาสูงลาดชันคล้ายมือสองข้างประกบกัน เพื่อช่วยรองรับหิมะจำนวนมากในช่วงฤดูหนาว ด้วยเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและการรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ชิราคาวาโกะจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การ UNESCO ในปี ค.ศ. 1995 ร่วมกับพื้นที่โกคายามะ (Gokayama)

มหากาพย์คู่มือเจาะลึก “พยากรณ์ซากุระ ญี่ปุ่น 2027” คลื่นสีชมพูเหนือกาลเวลา

มหากาพย์คู่มือเจาะลึก “พยากรณ์ซากุระ ญี่ปุ่น 2027” คลื่นสีชมพูเหนือกาลเวลา

41

เมื่อลมหนาวอันแสนยาวนานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเริ่มอ่อนกำลังลง และกลิ่นอายของไออุ่นแห่งฤดูใบไม้ผลิก้าวเข้ามาแทนที่ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สะกดสายตานักเดินทางทั่วโลกให้หลั่งไหลมารวมกันมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการเบ่งบานของ "ดอกซากุระ" (Cherry Blossoms) หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันด้วยความภาคภูมิใจว่า "ซากุระหน้า" (Sakura Front / 桜前線) ซึ่งเป็นดั่งสัญญาณเตือนว่าฤดูกาลแห่งความหวัง ความงามอันบริสุทธิ์ และการเริ่มต้นใหม่ได้เวียนกลับมาอีกครั้ง สำหรับปี 2027 นี้ การเตรียมตัวเดินทางล่วงหน้าเพื่อไปยืนอยู่ท่ามกลางอุโมงค์ดอกไม้สีชมพูพาสเทลที่พริ้วไหวตามสายลม เลาะเลียบไปตามปราสาทโบราณและริมแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ คือหมุดหมายสูงสุดของชีวิตนักเดินทางระดับเลอค่าการเดินทางไปชมซากุระไม่ใช่อาศัยเพียงแค่โชคชะตา แต่คือศาสตร์และศิลป์แห่งการวางแผนที่ประณีต เนื่องจากดอกไม้ชนิดนี้มีช่วงเวลาอวดโฉมสะพรั่งเต็มที่ (Full Bloom / Mankai) เพียงแค่ 5 ถึง 7 วันในแต่ละพื้นที่เท่านั้น ก่อนที่จะร่วงโรยกลายเป็นพรมสีชมพูบนพื้นหญ้า ในฐานะที่ Sanook Holiday เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสรรการเดินทางระดับไฮเอนด์ ทริปดีไซเนอร์ของเราจึงได้รวบรวมข้อมูลสถิติ ดัชนีมวลอากาศ และการคาดการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาเพื่อสรรค์สร้างคู่มือ พยากรณ์ซากุระ ญี่ปุ่น 2027 ฉบับมหากาพย์นี้ขึ้นมา เพื่อให้คณะ VIP ของเราได้ปักหมุดจองทริปหรูหราในฝันได้อย่างแม่นยำ ไม่พลาดช่วงเวลาที่งดงามที่สุดแม้แต่วันเดียว

14 จุดชมซากุระ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รวมพิกัดดอกไม้บานสุดสวย

14 จุดชมซากุระ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รวมพิกัดดอกไม้บานสุดสวย

27

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประเทศญี่ปุ่นจะถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนของดอกซากุระที่บานสะพรั่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงโตเกียว เมืองหลวงที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างลงตัว ทำให้การชมซากุระในโตเกียวกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกใฝ่ฝัน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กำลังวางแผนเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ผลิ การเลือกเดินทางกับ ทัวร์ญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้สามารถเก็บครบสถานที่ชมซากุระชื่อดังได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ดอกซากุระบานเต็มที่ซึ่งมีระยะเวลาค่อนข้างสั้น บทความนี้ได้รวบรวม 14 จุดชมซากุระ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทั้งสถานที่ยอดนิยมระดับโลกและจุดชมวิวสวย ๆ ในจังหวัดไซตามะที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว เพื่อช่วยให้คุณวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงซากุระได้อย่างคุ้มค่า เสน่ห์ของการชมซากุระในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซากุระไม่ได้เป็นเพียงดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความงดงาม ความเปลี่ยนแปลง และช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ของชาวญี่ปุ่น เพราะดอกซากุระจะบานเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนร่วงหล่น ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงคุณค่าของช่วงเวลาปัจจุบัน ในกรุงโตเกียว การชมซากุระมีความหลากหลายมากกว่าการเดินชมต้นไม้ทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสัมผัสบรรยากาศได้หลายรูปแบบ เช่น การเดินเล่นริมแม่น้ำ การนั่งปิกนิกในสวนสาธารณะ การล่องเรือชมดอกไม้ หรือการชมแสงไฟยามค่ำคืนที่เรียกว่า Yozakura จุดเด่นของโตเกียวคือสามารถเดินทางไปยังสถานที่ชมซากุระได้สะดวกด้วยระบบรถไฟ ทำให้สามารถจัดทริปเที่ยวหลายจุดภายในวันเดียวได้ และเป็นเหตุผลที่ทำให้เส้นทาง ทัวร์ญี่ปุ่น ช่วงฤดูใบไม้ผลิได้รับความนิยมอย่างมาก ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมซากุระโตเกียว โดยทั่วไปซากุระในโตเกียวจะเริ่มผลิบานประมาณปลายเดือนมีนาคม และบานเต็มที่ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน แต่ช่วงเวลาที่แน่นอนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศในแต่ละปี ช่วงเวลา ลักษณะการบาน คำแนะนำ กลาง - ปลาย มีนาคม เริ่มเห็นดอกซากุระบาน เหมาะสำหรับเดินเที่ยวและถ่ายภาพ ปลายมีนาคม - ต้นเมษายน ช่วง Full Bloom สวยที่สุด เป็นช่วงยอดนิยม ควรวางแผนล่วงหน้า ต้น - กลางเมษายน กลีบดอกเริ่มร่วง ได้บรรยากาศโรแมนติกแบบ Sakura Snow ทำไมต้องเลือกเที่ยวญี่ปุ่นช่วงซากุระ? ได้สัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น ถ่ายภาพกับดอกซากุระในสถานที่ชื่อดังระดับโลก สามารถเที่ยวเมืองใหญ่พร้อมชมธรรมชาติได้ในทริปเดียว เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว และผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ เป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมสูงของโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น

ฮาลองเบย์ (Hạ Long Bay) อ่าวแห่งมังกร มรดกโลกสุดมหัศจรรย์ของเวียดนาม

ฮาลองเบย์ (Hạ Long Bay) อ่าวแห่งมังกร มรดกโลกสุดมหัศจรรย์ของเวียดนาม

43

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุดของประเทศเวียดนาม ชื่อของ ฮาลองเบย์ (Hạ Long Bay) ย่อมติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของนักเดินทางทั่วโลก ด้วยภาพของภูเขาหินปูนหลายพันเกาะที่โผล่พ้นผืนน้ำสีเขียวมรกตอย่างสวยงาม จนได้รับการขนานนามว่า "อ่าวแห่งมังกร" และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ฮาลองเบย์ตั้งอยู่ในจังหวัดกว๋างนิงห์ (Quảng Ninh) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม ห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 2–3 ชั่วโมงโดยรถยนต์ ปัจจุบันเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่เลือกเดินทางกับ ทัวร์เวียดนาม ซึ่งมักบรรจุฮาลองเบย์เป็นไฮไลท์สำคัญของโปรแกรม เสน่ห์ของฮาลองเบย์ไม่ได้มีเพียงทัศนียภาพอันงดงามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตำนานพื้นบ้าน วัฒนธรรมชาวประมง วิถีชีวิตริมอ่าว และกิจกรรมทางทะเลที่หลากหลาย ทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะกับทั้งผู้ที่รักธรรมชาติ ชื่นชอบการถ่ายภาพ และผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ฮาลองเบย์อยู่ที่ไหน? ฮาลองเบย์ตั้งอยู่ริมอ่าวตังเกี๋ย (Gulf of Tonkin) ในจังหวัดกว๋างนิงห์ ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลมากกว่า 1,500 ตารางกิโลเมตร และประกอบด้วยเกาะหินปูนและเกาะขนาดเล็กกว่า 1,600 เกาะ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ทำให้ระบบนิเวศยังคงความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง การเดินทางจากกรุงฮานอยมายังฮาลองเบย์ในปัจจุบันสะดวกกว่าที่เคย ด้วยทางด่วนสายใหม่และบริการรถรับส่งที่มีให้เลือกหลายรูปแบบ จึงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางแบบไปเช้า–เย็นกลับ หรือเลือกพักค้างคืนบนเรือสำราญเพื่อสัมผัสบรรยากาศของอ่าวได้อย่างเต็มอิ่ม ตำนาน "อ่าวแห่งมังกร" ที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี ชื่อ "Hạ Long" มีความหมายว่า "มังกรผู้ร่อนลงสู่ทะเล" ตามตำนานเล่าว่า ในอดีตกาลเมื่อเวียดนามต้องเผชิญกับการรุกรานจากศัตรู เหล่าเทพเจ้าได้ส่งมังกรลงมาช่วยปกป้องแผ่นดิน มังกรพ่นอัญมณีและหยกลงสู่ทะเล จนกลายเป็นหมู่เกาะหินปูนจำนวนมากที่ช่วยขัดขวางกองเรือของศัตรู หลังจากชัยชนะ มังกรไม่ได้กลับขึ้นสวรรค์ แต่เลือกอาศัยอยู่บริเวณนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อ "ฮาลอง" และทำให้อ่าวแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ความสงบ และการคุ้มครองผืนแผ่นดินเวียดนาม

อะโครโปลิส (Acropolis) แห่งเอเธนส์ มรดกโลกกรีซ วิหารพาร์เธนอน

อะโครโปลิส (Acropolis) แห่งเอเธนส์ มรดกโลกกรีซ วิหารพาร์เธนอน

56

หากพูดถึงประเทศกรีซ หนึ่งในภาพที่ทรงพลังที่สุดของโลกตะวันตกย่อมหนีไม่พ้น อะโครโปลิส (Acropolis of Athens) เนินเขาหินปูนสูงใจกลางกรุงเอเธนส์ ที่เป็นศูนย์กลางของอารยธรรมกรีกโบราณมานานกว่า 2,500 ปี และเป็นที่ตั้งของวิหารพาร์เธนอน (Parthenon) สิ่งก่อสร้างที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานสถาปัตยกรรมคลาสสิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเดินทางมายังกรีซเพื่อสัมผัสความยิ่งใหญ่ของอะโครโปลิส และสำหรับผู้ที่เลือกเดินทางกับ ทัวร์กรีซ สถานที่แห่งนี้มักถูกจัดเป็นไฮไลท์อันดับหนึ่งของกรุงเอเธนส์ เพราะไม่เพียงแต่เป็นโบราณสถาน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ศิลปะ และปรัชญาตะวันตก อะโครโปลิสตั้งตระหง่านอยู่เหนือเมืองเอเธนส์ มองเห็นได้จากทุกมุมของเมือง เสมือนเป็นผู้เฝ้ามองประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดหลายพันปี ประวัติความเป็นมาของอะโครโปลิส คำว่า “Acropolis” มาจากภาษากรีกโบราณ แปลว่า “เมืองบนที่สูง” (High City) ซึ่งสะท้อนถึงตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ได้อย่างชัดเจน เดิมทีอะโครโปลิสถูกใช้เป็นป้อมปราการตั้งแต่ยุคไมซีนี (Mycenaean Civilization) ประมาณ 1,600 ปีก่อนคริสต์ศักราช ต่อมาในยุคทองของเอเธนส์ (Golden Age of Athens) ช่วงศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช ภายใต้การนำของเพริคลีส (Pericles) อะโครโปลิสได้รับการบูรณะและสร้างวิหารสำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะ วิหารพาร์เธนอน ที่อุทิศให้แก่เทพีอาธีน่า (Athena) เทพีผู้พิทักษ์เมืองเอเธนส์ สถาปนิกชื่อดังในยุคนั้น ได้แก่ Ictinus และ Callicrates ร่วมกับประติมากรเอก Phidias ได้สร้างผลงานที่กลายเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมตะวันตกมาจนถึงปัจจุบัน

หอไอเฟล (Eiffel Tower) สัญลักษณ์แห่งกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

หอไอเฟล (Eiffel Tower) สัญลักษณ์แห่งกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

53

หากพูดถึงประเทศฝรั่งเศส ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น หอไอเฟล (Eiffel Tower) แลนด์มาร์กระดับโลกที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางกรุงปารีส ด้วยความสูงกว่า 330 เมตร และรูปลักษณ์โครงสร้างเหล็กอันโดดเด่น ทำให้หอไอเฟลกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทุกทวีปต่างเดินทางมายังกรุงปารีสเพื่อชมความงดงามของหอไอเฟล ทั้งในช่วงกลางวันและช่วงกลางคืนที่ประดับไฟระยิบระยับอย่างสวยงาม สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางกับ ทัวร์ฝรั่งเศส หอไอเฟลถือเป็นสถานที่สำคัญที่แทบทุกโปรแกรมจะบรรจุไว้เป็นไฮไลท์ของการเดินทาง นอกจากความงดงามด้านสถาปัตยกรรมแล้ว หอไอเฟลยังเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางวิศวกรรมในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และเป็นตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์ที่ผลักดันให้ฝรั่งเศสก้าวขึ้นสู่เวทีโลกในยุคนั้น

วัดอาม่า (A-Ma Temple) มรดกโลกทางประวัติศาสตร์แห่งมาเก๊า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาด

วัดอาม่า (A-Ma Temple) มรดกโลกทางประวัติศาสตร์แห่งมาเก๊า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาด

49

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความศรัทธาในเขตบริหารพิเศษมาเก๊า วัดอาม่า (A-Ma Temple) คือหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด วัดแห่งนี้ไม่เพียงเป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์ประวัติศาสตร์แห่งมาเก๊า (Historic Centre of Macao) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี พ.ศ. 2548 นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมากับ ทัวร์มาเก๊า มักเลือกแวะเยี่ยมชมวัดอาม่า เพราะนอกจากจะได้สัมผัสสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมที่งดงามแล้ว ยังสามารถสักการะเทพเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพรเรื่องความปลอดภัย การเดินทาง โชคลาภ และความสำเร็จในชีวิตอีกด้วย วัดอาม่าตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาด้านตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรมาเก๊า หันหน้าออกสู่ทะเล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างชุมชนชาวประมงกับเทพีผู้คุ้มครองท้องทะเลมาตั้งแต่อดีต ประวัติความเป็นมาของวัดอาม่า วัดอาม่าเป็นวัดที่มีประวัติยาวนานกว่า 500 ปี สร้างขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์หมิง ก่อนที่ชาวโปรตุเกสจะเข้ามาตั้งถิ่นฐานในมาเก๊าเสียอีก จึงนับว่าเป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ตามตำนานเล่าว่า มีหญิงสาวลึกลับผู้หนึ่งโดยสารเรือของชาวประมงท่ามกลางพายุรุนแรง หลังจากเรือเดินทางถึงฝั่งอย่างปลอดภัย หญิงสาวได้เผยองค์เป็นเทพีแห่งท้องทะเล ก่อนจะหายไปบนเนินเขา ชาวบ้านจึงสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นการสักการะเทพีองค์นี้ ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ เทพีอาม่า (Mazu) หรือ เจ้าแม่ทับทิม ชื่อ "มาเก๊า" (Macau) เองก็มีความเชื่อว่าเกิดจากคำว่า "A-Ma-Gau" ซึ่งแปลว่า "อ่าวของอาม่า" เมื่อชาวโปรตุเกสสอบถามชื่อสถานที่จากชาวบ้านในอดีต จึงกลายมาเป็นชื่อเรียกของเมืองที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน เหตุผลที่วัดอาม่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก วัดอาม่าได้รับการยกย่องให้เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก เนื่องจากมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมที่โดดเด่น วัดแห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของอารยธรรมตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมาเก๊าที่หาได้ยากในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ ภายในวัดยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งศาลเจ้า ลานหิน บันไดหินโบราณ หลังคากระเบื้องโค้ง และงานแกะสลักที่ประณีต ทำให้วัดอาม่ากลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

วัดหลงซาน ไต้หวัน (Longshan Temple Taipei) ขอพรความรัก การงาน การเงิน

วัดหลงซาน ไต้หวัน (Longshan Temple Taipei) ขอพรความรัก การงาน การเงิน

58

หากพูดถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นหัวใจของเมือง ไทเป ประเทศไต้หวัน ชื่อของ วัดหลงซาน (Longshan Temple) ต้องติดอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน วัดแห่งนี้ไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวไต้หวันมายาวนานกว่า 270 ปี สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับ ทัวร์ไต้หวัน วัดหลงซานถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ “ต้องมา” เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรได้หลากหลาย ทั้งความรัก การงาน การเงิน สุขภาพ และโชคลาภ บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยความขลัง กลิ่นธูป และเสียงสวดมนต์ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกถึงพลังศรัทธาที่เข้มข้นตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป วัดหลงซานอยู่ที่ไหน? วัดหลงซานตั้งอยู่ในเขต Wanhua District เมืองไทเป ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่ที่สุดของเมืองไทเป นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟ MRT ลงสถานี Longshan Temple Station แล้วเดินต่อเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงวัด ด้วยความสะดวกนี้ทำให้วัดหลงซานเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของผู้ที่มา ทัวร์ไต้หวัน และมักถูกรวมไว้ในโปรแกรมเที่ยวไทเปแทบทุกแพ็กเกจ

วัดหมั่นโหม่ (Man Mo Temple) วัดเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์แห่งฮ่องกง เสริมดวงการเรียนและการงาน

วัดหมั่นโหม่ (Man Mo Temple) วัดเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์แห่งฮ่องกง เสริมดวงการเรียนและการงาน

55

หากพูดถึงวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของ ฮ่องกง ที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ชื่อของ วัดหมั่นโหม่ (Man Mo Temple) ต้องติดอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนที่ต้องการความสำเร็จด้านการเรียน การสอบ และการงาน สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ทัวร์ฮ่องกง วัดหมั่นโหม่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเสริมดวงด้านปัญญา ความก้าวหน้า และความสำเร็จในชีวิต เพราะวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงในการขอพรจาก “เทพเหวินชาง” เทพแห่งการศึกษา และ “เทพกวนอู” เทพแห่งความซื่อสัตย์และความสำเร็จ บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยกลิ่นควันธูปที่ลอยอบอวลทั่วทั้งศาลา สร้างความรู้สึกขลังและสงบ ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ฮ่องกงในยุคเก่า วัดหมั่นโหม่อยู่ที่ไหน? วัดหมั่นโหม่ตั้งอยู่ในย่าน Sheung Wan บนเกาะฮ่องกง ซึ่งเป็นพื้นที่เก่าแก่ที่ยังคงสถาปัตยกรรมดั้งเดิมผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟ MTR ลงสถานี Sheung Wan แล้วเดินต่อเพียงไม่กี่นาที ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดแวะยอดนิยมของผู้ที่มา ทัวร์ฮ่องกง โดยสามารถรวมเข้ากับโปรแกรมเที่ยว Victoria Peak หรือย่าน Central ได้อย่างง่ายดาย