logo
image

icon-travel-2 เทียวพม่ากับสนุกฮอลิเดย์ สักการะ 3 มหาบูชาสถานแห่งประเทศพม่า

เทียวพม่ากับสนุกฮอลิเดย์ สักการะ 3 มหาบูชาสถานแห่งประเทศพม่า

พฤศจิกายน 28, 2018
แชร์ :

เมืองแห่งอารยธรรม ดินแดนแห่งเจดีย์

สวัสดีคร้า มนจากสนุก ฮอลิเดย์ ทัวร์นะคะ วันนี้มนจะมาแชร์ประสบการณ์ต่างแดน ดินแดนที่มีแต่ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา นั่นคือ ประเทศพม่าค่ะ

“พม่า” ประเทศเพื่อนบ้านที่ใครหลายคนมองผ่านไป ด้วยความที่มีความเชื่อฝังใจ กับประวัติศาสตร์ในอดีตจนเกิดความเคยชิน ด้วยเหตุผลร้อยแปดนานา แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบในศิลปะวัฒนธรรม พม่ายังคงเป็นประเทศที่น่าไปเยือน เป็นประเทศที่ร่ำรวยไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง การได้ไปดู ให้รู้ ให้ได้เห็นด้วยตา เป็นสิ่งที่เราปรารถนา

ชาวพม่าได้ชื่อว่า เป็นชนชาติที่ยังยึดมั่นคำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างเหนียวแน่น มีการสร้างเจดีย์ พระธาตุ ศาสนสถาน ทั่วทั้งประเทศ ดังนั้นจึงมีปูชนียสถานอันเป็นที่สักการบูชาของชาวพม่า และชาวมอญอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ที่นับถือเป็นมหาบูชาสถานสำคัญสูงสุดมีเพียง 5 แห่ง ที่เป็นความใฝ่ฝันของชาวพุทธพม่าว่าครั้งหนึ่งในชีวิตควรได้เดินทางไปสักการบูชาให้ครบทั้ง 5 แห่ง จึงจะนอนตายตาหลับหรือได้ขึ้นสวรรค์ มหาบูชาสถานทั้ง 5 แห่งนี้ได้แก่

  1. มหาเจดีย์ชเวดากอง กรุงย่างกุ้ง
  2. มหาเจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม
  3. เจดีย์ชเวมอดอร์ เมืองหงสาวดี
  4. พระมหามัยมุนี แห่งมัณฑะเลย์
  5. พระธาตุอินทร์แขวน “ไจก์ทิโย”

แต่สำหรับทริปนี้เราจะไปแค่ 3 ที่นะคะ ส่วนอีก 2 ที่จะอยู่คนละเมืองกัน ซึ่งไม่ได้อยู่ในโปรแกรมที่เราจะไปค่ะ

เริ่มต้นวันแรกเลยจ้า

ย่างกุ้ง – พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี(พระตาหวาน) – เจดีย์โบตะทาวน์ – เทพทันใจ – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

นัดลูกค้าไว้เวลา 07.30 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

โดยในครั้งนี้เราได้ใช้บริการของสายการบิน Myanmar Airway ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติพม่า สมาชิกในครั้งนี้มีทั้งหมด 14 ท่าน เมื่อลูกค้ามากันครบแล้ว ก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง หลายคนอาจจะไม่รู้จัก Myanmar Airway แต่มนจะบอกว่าอาหารบนเครื่องของสายการบินนี้สุดยอดมาก เมนูที่เราได้ในครั้งนี้คือ ยำไก่ มีรสชาติเผ็ดๆ ซึ่งลูกค้าชอบมาก เพราะมันแก้เลี่ยนบนเครื่องได้

เมื่อมาถึงสนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ประมาณ 11 โมงกว่าๆ ซึ่งเวลาที่พม่าจะช้ากว่าไทยประมาณครึ่งช.ม. ลูกค้าแต่ละท่านก็ได้ถามถึงซิมพม่า ก่อนออกจากสนามบินก็ได้พาลูกค้าซื้อซิมที่สนามบินเลย ซิมที่นิยมใช้กันคือ ซิม oredoo กับ MPT

ไกด์ท้องถิ่นของเรา ชื่อไกด์อ้อยค่ะ

ไกด์อ้อยก็ได้แนะนำตัวและบรรยายประวัติต่างๆของประเทศพม่าและได้บอกว่าวันนี้เราจะไปไหนกันบ้างค่ะ อากาศช่วงนี้ถือว่าร้อนมากๆค่ะ อากาศเหมือนบ้านเราเลย ส่วนรถยนต์ของพม่า คนขับจะอยุ่ทางขวา ประตูลงจะอยุ่ทางขวา แต่จะวิ่งเลนส์ขวา อันตรายมากเลยจ้า เวลาลงรถต้องดูรถให้ดีๆนะคะ ระหว่างทางเราก็จะเห็นตึกรามบ้านช่อง และการแต่งกายต่างๆของชาวพม่า ผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่นบ้าง กางเกงบ้าง ซึ่งแต่ก่อนผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่นทุกคน แต่เมื่อเวลาผ่านไปวัฒนธรรมต่างๆก็เริ่มเปลี่ยน ผู้หญิงจึงเริ่มหันมานุ่งกางเกงกัน ส่วนผู้ชายก็จะนุ่งโสร่งบ้าง กางเกงบ้าง เช่นกัน

มื้อเที่ยงของเราวันนี้จะแวะท่านที่ Western Park I Restaurant อาหารจะเป็นอาหารพม่าปะปนกับไทยค่ะ รสชาติจะคล้ายๆกับบ้านเราค่ะ ที่พม่าเค้าจะเน้นทานไก่ ไม่เน้นทานหมูค่ะ

อาหารกลางวันค่ะ

เมื่อทานอาหารกลางวันกันเสร็จ ก็ได้พาลูกค้าเดินทางไปสักการะพระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจีหรือพระตาหวาน ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามอีกองค์หนึ่งของพม่า มีความยาวถึง 70 เมตร แต่เก่าแก่เพียงไม่กี่สิบปี มีขนตาที่งดงามและดวงตาที่สง่างาม ซึ่งได้ให้ช่างที่ฝีมือการประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในพม่าสร้างดวงตาขึ้น พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย

พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี หรือ พระตาหวาน

จากนั้น เดินทางนมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระเกศา ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่ เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์ คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต นอกจากพระพุทธรูปทองคำแล้ว ยังมีพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเก็บรักษาไว้ในตู้กระจก อยู่ใกล้ๆกับวิหารพระทองคำ

พระพุทธรูปทองคํา

และรูปปั้นนัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนา วิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบจี) เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปรารถนาก็ ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะเทพทันใจจะชอบมาก แล้วเอาไปใส่มือของเทพทันใจสัก 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของเทพทันใจ แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปรารถนาที่ขอไว้

จากนั้น ก็ไปขอพร เทพกระซิบ หรือ แม่กระซิบ เป็นเทพเจ้า(ผู้หญิง) ตามความเชื่อของชาวพม่า ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการอธิษฐานขอพรให้ไปกระซิบที่ข้างหูของแม่กระซิบ แล้วจะได้ตามที่ปรารถนา

หลังจากอิ่มบุญกันถ้วนหน้าแล้ว เราก็ได้พาลูกค้าเข้าที่พัก ที่พักคืนนี้ เราได้นอนกันที่ Vintage Luxury Yacht Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมเรือ ระดับ 4 ดาว

หลังจากเข้าที่พัก อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวกันแล้ว ก็ได้เวลาไปชม พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งเป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2317 เม็ด มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า จะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบ ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้าง และซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้ มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก รอบๆ ฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุธเจ้าจำนวน 8 เส้น

คำไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
‎วันทามิ อุตตมะ ชมพู วระฐาเน สิงกุตตะเร มะโนลัมเม สัตตัง สะรัตนะ
‎ปฐมัง กกุสันธัง สุวรรณะ ตันตัง ธาตุโย ธัสสะติ ทุติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะ การะนัง ธาตุโย
‎ธัสสะติ ตติยัง กัสสปัง พุทธจีวะรัง ธาตุโย ธัสสะติ จตุกัง โคตะมัง อัตถะเกศา ธาตุโย ธัสสะติ
‎อหัง วันทามิ ตุระโต อหัง วันทามิ ธาตุโย อหัง วันทามิ สัพพะทา อหัง วันทามิ สิระสา
‎*** อธิษฐานพร้อมด้วยใบไม้ที่แปลว่าชัยชนะและความสำเร็จ ***

ลานอธิฐาน

ได้เวลาอันสมควรแล้ว ก็พาทุกท่านรับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร Bangkok Kitchen Restaurant อาหารที่ร้านนี้จะเป็นอาหารไทย รสชาติจะถูกปากคนไทยมากๆค่ะ

จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางอีกไกล Zzz…

บรรยากาศที่พักตอนกลางคืน

วันที่สองของการเดินทาง
‎ย่างกุ้ง – หงสาวดี – เจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา)– พระราชวังบุเรงนอง – พระธาตุอินทร์แขวน

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ

เมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วก็ได้เวลา Check out ออกเดินทางสู่เมืองหงสาวดี หรือ พะโค ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง 80 กิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของสหภาพพม่ามาก่อน ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่าซึ่งอยู่ทางใต้ของ เมืองแปร เมืองคัง ยะไข่ อังวะ พุกาม นครหงสาวดีเป็นเมืองหลวงของเขตหงสาวดี ๆ เป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีต ก่อนที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะยึดครองได้ ในปี พ.ศ. 2082 เมืองหงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดีหรือ พะโค มีตำนานเล่าว่า เมืองพะโคเดิมเป็นเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเมาะตะมะเป็นเมืองเล็กๆ เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่ มีหงส์คู่ตัวผู้และตัวเมีย ได้เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมา จึงต้องการที่จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและเล็งเห็นเกาะเล็กๆที่นี่ จึงบินมาเกาะ แต่พื้นที่เกาะก็ เล็กเสียจนมีที่พอให้หงส์ร่อนลงมาพักได้เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น หงส์เพศเมียจึงต้องอาศัยเกาะอยู่บนหลังของหงส์ตัวผู้ และพระพุทธเจ้าได้ตรัสกับหงส์คู่นี้ว่า ต่อไปภายภาคหน้าพื้นที่ๆเจ้ายืนอยู่นั้นจะกลายเป็นพื้นที่ๆยิ่งใหญ่และเจริญรุ่งเรือง ดั่งคำทำนายของพระพุทธเจ้าเมื่อรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนองเมืองบะโก ก็ได้รุ่งเรืองและเป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศพม่า จนถึงปัจจุบัน เมื่อเดินทางถึงเมืองหงสาวดีจะสังเกตเห็นหงส์สองตัวซึ่งอาศัยอยู่บนหลังของหงส์ตัวผู้ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหงสาวดี

ในช่วงวันที่เรามากันนั้น ซึ่งจะตรงกับวันเข้าพรรษาของพม่าพอดี และเป็นวันครบรอบวันประกาศอิสรภาพของนายพลอองซาน ผู้นำประเทศพม่าในสมัยก่อน เลยทำให้การจราจรติดขัดมาก

สถานที่รำลึกถึงนายพลอองซาน

แวะสักการะ เจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา) โบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจกลางเมืองหงสาวดี ซึ่งได้บูรณะขึ้นโดยพระเจ้าบุเรงนอง (พระเจ้าบะยิ่นเนาน์) เพื่อบรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า เพื่อเสริมบารมี อันถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่า มีตำนานอยู่ว่า เมื่อนายวานิชพี่น้องนามว่ามหาศาลกับจุลศาล เดินทางกลับมาจากอินเดีย ทั้งสองได้อันเชิญพระเกศธาตุของพระพุทธองค์มาด้วยสองเส้น เมื่อกลับมาถึงบ้านเกิดจึงได้สร้างสถูปเล็ก ๆ ครอบพระเกศธาตุเอาไว้ ในศตวรรษที่ 16 พระเจ้าปะหยิ่นหน่าวโปรด ฯ ให้แกะเอามณีบนยอดพระมหามงกุฎไปทำฉัตรยอดถวายเป็นพุทธบูชา ต่อมา พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างฉัตรองค์ใหม่ถวายและเสริมยอดขึ้นไปสูงถึง 90 เมตร ในศตวรรษที่ 20 ได้เกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวถึงสามครั้ง ครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1930 เกิดความเสียหายอย่างมาก จนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่จากแรงกายและกำลังทรัพย์ของผู้มีจิตศรัทธาจนถึงปัจจุบันพระเจดีย์สูงถึง 114 เมตร ท่านจะได้เห็นเจดีย์องค์เดิมที่พังทลายลงมาเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งตราบทุกวันเจดีย์องค์ที่หัก ยังคงได้รับการเคารพบูชาจากพุทธศาสนิกชนชาวพม่าอย่างมั่งคงสืบต่อกันมา

จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมพระราชวังบุเรงนอง หากพูดถึงกษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งของเมืองหงสาวดีก็ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดโดดเด่นเท่า พระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง โดยพระองค์ได้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นในปี พ.ศ. 2109 ชื่อ กัมโพชธานี เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ซึ่งนับเป็นพระราชวังใหญ่โตมีประตูทางเข้าออกถึง 10 ประตู สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย จนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงที่ เสด็จหนีพระนเรศวรไปเมืองตองอู และพวกยะไข่เผาทำลายหงสาวดีทรงทิ้งให้พระราชวังแห่งนี้รกร้างลงเป็นเวลาร่วม 3 ศตวรรษ ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกันในคราวนั้น หลังจากนั้นไม่นาน เมืองอังวะก็กลายมาเป็นเมืองหลวงของประเทศพม่าโดยสมบูรณ์ก่อนที่พม่าทั้งประเทศจะเสียเอกราชให้ประเทศอังกฤษต่อมาในปี พ.ศ. 2533 ได้มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยถอดแบบจากของเดิม ซึ่งบางส่วนได้สร้างแล้วเสร็จไป แต่ยังคงมีอีกบางส่วนก็กำลังรอทุนในการก่อสร้าง

จากนั้นแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร Golden Key Restaurant

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไกล ราวๆ 2 ช.ม. จุดหมายปลายทางของเราคือ พระธาตุอินทร์แขวน แต่ก่อนที่จะขึ้นไป เราจะต้องไปคิมปูนแค้มป์ เพื่อเปลี่ยนเป็นรถ 6 ล้อ หรือรถขนหมู อิอิ ก่อนขึ้นไปด้านบน เราก็จะให้ลูกค้าเปลี่ยนกระเป๋าเป็นใบเล็ก เตรียมแค่เสื้อผ้าที่ใช้ในคืนนี้และพรุ่งนี้เท่านั้น เพราะลูกค้าต้องถือขึ้นเขาเอง

ในระหว่างทางขึ้นไปบนยอดเขา ทุกๆท่านก็จะได้สัมผัสทัศนียภาพป่าเขาน้ำตกและลำธารอันสวยงามสองข้างทาง พร้อมสัมผัสอากาศเย็นซึ่งจะค่อยๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรากำลังเดินทางสู่ที่สูง

ระหว่างทางก็จะเห็นพระธาตุอินทร์แขวนองค์จำลองหลายๆองค์

เมื่อลงจากรถ 6 ล้อแล้ว ทุกท่านก็ต้องเดินขึ้นไปบนเขาอีก ซึ่งทุกท่านต้องถอดรองเท้าเดิน เพื่อเป็นการเคารพสถานที่ (วัดทุกวัดที่พม่า ลูกค้าจะต้องถอดรองเท้าเข้าวัด) เมื่อถึงบนยอดเขา(เชิงเขาไจ้เที่ยว) ไกด์อ้อยก็ได้พาทุกท่าน ไปสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน เมื่อสักการะเสร็จแล้ว ฝนก็ตกพอดี เลยต้องให้ลูกค้าเข้าที่พัก และรับประทานอาหารเย็นที่ห้องอาหาร ถือว่าพวกเราโชคดีมาก ที่ได้สักการะพระธาตุอินทร์แขวนก่อน เพราะถ้าฝนตก อากาศข้างบนจะหนาว และพื้นจะลื่นมาก ในการสักการะพระฑาตุอินทร์แขวนนั้น ชาวพม่าเชื่อว่าจะต้องมาสักการะให้ครบ 3 รอบ เพื่อจะได้เป็นสิริมงคลให้ตัวเอง แต่ในการมาทัวร์นั้น เรามีเวลาไม่มากพอ วิธัลัดของไกด์อ้อยคือ เมื่อมาถึงด้านบนแล้ว ก็สักการะ 1 ครั้ง ตอนกลางคืน 1 ครั้ง และตอนเช้า 1 ครั้ง (แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล)

พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า พระเจดีย์ไจ้ทีโย (พระธาตุอินทร์แขวน) อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร ท่าจะได้สัมผัสกลิ่นอายพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงและบรรยากาศธรรมชาติที่สดชื่นและบริสุทธิ์ทั่วบริเวณอันกว้างขวางของลานพระธาตุอินทร์แขวนซึ่งให้ท่านได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติและนมัสการขอพรจากพระธาตุอินทร์แขวนอันศักดิ์สิทธิ์

พักที่เรานอน ชื่อว่า YOE YOE LAY HOTEL ซึ่งเป็นที่พักที่อยุ่ใกล้พระธาตุอินทร์แขวนมากที่สุดและบรรยากาศดีที่สุด

คืนนี้ก็พักผ่อนถามอัธยาศัย เพราะเดินทางมาทั้งวันแล้ววววZzz….

วันที่สามของการเดินทาง

กลับจากพระธาตุอินทร์แขวน – หงสาวดี – พระนอนชเวตาเลียว – เจดีย์ไจ๊ปุ่น – ย่างกุ้ง – กรุงเทพฯ

เช้านี้ ฝนยังคงตกปอยๆอยู่ ลูกค้าก็รับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว ได้เวลา เดินทางลงจากเขา ระหว่างทางลงก็เจอพระ เณร หรือแม้แต่ฤาษี ถ้าเราไม่คิดอะไรมาก ก็ช่วยบริจาคให้กับพวกเค้า เมื่อถึงจุดขึ้นรถ 6 ล้อ ระหว่างทางก็ได้สัมผัสบรรยากาศโดยรอบ ลมเย็นๆ เป็นอะไรที่ฟินมากเลย เมื่อถึงคิมปูนแค้มป์แล้ว เราก็เปลี่ยนมานั่งรถบัสคันเดิม

เดินทางไปสักการะพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน

บริเวณหน้าวัดก็มีร้านขายของฝาก อาทิ ไม้แกะสลัก ไม้จันทร์หอม ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพิมพ์เป็นรูปต่างๆให้ท่านช้อปปิ้งของฝากจากเมืองหงสาวดี

แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ Kyaw Swa Restaurant

มื้อสุดท้ายก่อนกลับบ้านจ้า

จากนั้น เดินทางสู่เจดีย์ไจ้ปุ่น พระเจ้าธรรมเจดีย์ทรงสร้างขึ้นในปี 1467 พระเจดีย์ก่อเป็นแกนทึบรูปทรงสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง มีพระพุทธรูปนั่งสูง 30 เมตรประดิษฐานอยู่สี่ทิศ แทนองค์สมเด็จพระสมณโคดม (หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระอดีตพุทธเจ้าอีกสามองค์ อันได้แก่ พระโกนาคมน์ (หันพระพักตร์ไปทางทิศใต้) พระกกุสันธะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก) พระกัสสปะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก) ซึ่งพระพุทธรูปกัสสปะนั้นชำรุดผุพังมาก เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวในปี 1930 และได้บูรณะขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ.2019 มีตำนานว่า เจดีย์ไจ้ปุ่น สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนและให้คำมั่นสัญญาไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ต่อมาน้องคนสุดท้องได้ผิดคำสัญญา จึงเกิด อาเพส ฟ้าฝ่าองค์พระพุทธรูปตัวแทนองค์น้องพังทลายลงมา แม้แต่หากมีการซ่อมแซมบูรณะ มาแล้วหลายต่อหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่เคยสมบูรณ์

ทางเข้าวัดจะมีของที่ขึ้นชื่อของพม่าคือ ทานาคา จะมีทั้ง แบบออริจินัล เป็นไม้ขูด หรือแบบเป็นกระปุก ราคาไม่แพงมาก สามารถซื้อเป็นของฝากได้เลย

เมื่อได้เวลาอันสมควรก็เดินทางกลับสู่กรุงย่างกุ้ง เพื่อเดินทางไปสนามบิน

หลังจากร่ำลากันเรียบร้อย ก็ถึงสนามบิน ตรวจเอกสาร เข้าตม. เสร็จแล้วก็ได้เวลาขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ บินโดยสายการบิน Myanmar Airway จ้า
‎ถึงกรุงเทพฯประมาณ 6 โมงเย็น ก็ได้แยกย้ายกันกลับบ้าน

ขอขอบคุณทุกๆท่าน สำหรับประสบการณ์ดีๆ ที่มีร่วมกันในทริปนี้นะคะ

เป็นทริปที่อิ่มบุญและสนุกมากๆค่ะ มีโอกาส เราคงได้เจอกันใหม่

ขอบคุณค่ะ

มนนิศา

ทัวร์พม่า


บทความที่เกี่ยวข้อง